08 พฤศจิกายน, 2552
การตลาดเครือข่ายแบบ Attraction Marketing ที่ไม่แคร์ ชื่อบริษัทฯ
บางคนอ่านหัวข้อนี้แล้วอาจจะแย้งว่า ถ้าไม่แคร์บริษัทแล้วจะทำการตลาดไปได้ยังไง แล้วยังงี้มันจะสำเร็จไหม มาดูกันนะ เอาง่ายๆ เลยนะ
ถ้าได้อ่านบทความมาตั้งแต่บทความต่างๆ ที่แล้วมา จะเห็นเลยว่า การตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของเราให้คนที่สนใจธุรกิจเห็น และเขาจะเข้าร่วมเมื่อเห็นว่าเราพาเขาสำเร็จแน่ๆ เห็นไหมว่าเขาไม่ได้เลือกที่บริษัท แต่เขาเลือกที่ตัวเราต่างหาก
มองดูการทำเครือข่ายทุกวันนี้สิ พยายามโปรโมตบริษัทอย่างเดียว คนก็จะรู้จักแต่ชื่อบริษัท ใครได้ผลประโยชน์ละ ก็..บริษัทไงล่ะได้รับการกล่าวขาน ถามหน่อยมีกี่คนที่ยังไม่เคยทำบริษัทนั้นๆ รู้จักคนมีรายได้หลักล้านในบริษัทนั้นแล้ว หายากมาก บางคนทำเครือข่ายบริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักยังไม่รู้จักชื่อที่ร่ำรวยกับบริษัทนั้นเลย ยิ่งคนที่มีรายได้ 6 หลักลงมาแทบบอกได้เลยว่า ไม่รู้จัก มันคือความล้มเหลวของการทำเครือข่ายอย่างสิ้นเชิง เพราะอะไรค่อยมาดูกัน
ฟังนะ ถ้าคุณไม่เข้าใจ เราอยากให้ลองมองบริษัทเครือข่ายหรือบริษัทโดยทั่วไป ถ้าเขามีกำไรเขาก็ทำธุรกิจต่อไปได้ แต่ถ้าอยู่มาวันหนึ่งเกิดขาดทุน หรือเจอมรสุมทางธุรกิจอะไรก็ตาม และเจ้าของมองเห็นว่า การเดินต่อมีแต่เสียกับเสีย มันมีโอกาสที่จะปิดตัวไหมละ ขนาดบริษัทรถยักษ์ใหญ่ในอเมริกายังเข้าสู่ขั้นตอนการล้มละลายมาแล้วนะ ประสาอะไรกับบริษัทเครือข่าย
แล้วเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเครือข่ายที่กำลังจะล้ม อาจจะไม่ใช่เพราะผู้จำหน่าย แต่อาจจะมาหลายปัจจัย เช่นการฟ้องร้อง การดำเนินนโยบายผิดพลาดขาดทุนมหาศาล ภาวะการตลาดฝืดเคือง ภัยพิบัติที่เกิดกับบริษัท หมายความว่าอย่างไร ถ้าคุณไม่ได้แบรนด์ตัวเองเพียงพอ ไม่มีรายชื่อคนสนใจเพียงพอ คุณไม่ได้เป็นผู้นำเพียงพอ หมายถึงการต้องเริ่มต้นใหม่ สร้างรากฐานใหม่ที่อีกนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นคนทำเครือข่ายที่รายได้สูงๆ เขาจะไม่เป็นอันกินอันนอนกันทีเดียว ถ้าบริษัทร่อแร่ เพราะมันหมายถึงเขาต้องหมดความสะดวกสบาย รายได้มหาศาลที่ลดลง และต้องไปเริ่มสร้างองค์กรใหม่อาจจะมีคนติดตามบ้างแต่ก็ไม่ได้มากเฉพาะคนที่คุณดึงดูดเขาได้เท่านั้น และทุกบริษัทมันก็มีโอกาสไม่ว่า คุณจะบอกว่าบริษัทคุณมั่นคงแค่ไหนก็ตาม และผลกระทบมันก็จะรุนแรงกับคนที่มีความเป็นผู้นำน้อยกว่า หรือคนมั่นใจในตัวเขาที่น้อยกว่า
สำหรับการตลาดดึงดูด Attraction Marketing ทุกคนเข้าร่วมกับคุณเพราะความมั่นใจในตัวคุณ และมีระบบสนับสนุกการทำงานที่ง่าย อย่าลืมแม้บริษัทมันจะล้มไป แต่คนเขาเห็นคุณ เห็นระบบสนับสนุนของคุณ รู้ว่าคุณคือคนที่เขาต้องการ ทำไมเขาจะไม่ไปร่วมด้วย และคุณมีคนในระบบที่สนใจธุรกิจที่คุณจะโปรโมตอะไรไปก็ได้อีก นั่นหมายถึงคุณก็สามารถเอาคืนได้กับเครือข่ายที่ล้ม ในระยะเวลารวดเร็วกว่าแต่อย่างไรก็ตามการได้เลือกบริษัทที่ดี และมั่นคงกว่าก็น่าจะเป็นอะไรที่มั่นคงกว่า แต่อย่าลืม พิจารณาโอกาสสำเร็จด้วยนะ
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ต
****ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่http://okmlmonline.thport.com/
04 พฤศจิกายน, 2552
แนะนำการเลือกธุรกิจเครือข่ายอย่างไร ให้ยั่งยืนและมั่นคง
หลายคนเริ่มเข้าใจการตลาดแบบดึงดูดพอสมควรแล้วนะ
ขอแนะนำวิธีในการเลือกเครือข่ายให้ร่ำรวยกันบ้าง หรืออย่างแย่สุด เลือกเครือข่ายยังไงให้สำเร็จได้บ้าง......ไม่ใช่มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเหมือนที่เคยเป็นกัน
(คนสำเร็จกับเครือข่ายหมายถึงคนที่มีรายได้อย่างน้อย 5 แสนบาทต่อเดือน)
ถ้าจะเลือกทำธุรกิจเครือข่ายเราต้องมองว่าอะไรมาก่อนมาหลัง บางคนทำเครือข่ายมาเป็นสิบๆปียังเลือกเครือข่ายไม่เป็น ก็ยังล้มเหลวอยู่เหมือนเดิม.....นั่นละไม่สำเร็จสักที หรือบางคนสำเร็จระดับสูงมาก สุดท้ายก็ต้องมานับศูนย์ใหม่ในไม่กี่ปีเพราะบริษัทและสายงานล้มไป ก็ยังไม่เข้าใจการเลือกเครือข่ายอยู่ดี
ถ้ายังไม่เข้าใจคุณอาจจะหมุนวนมานับศูนย์เรื่อยๆ หรือคุณอาจจะล้มเหลวตลอดไป!!! หลักการสำหรับเลือกเครือข่าย
1. เลือกที่วิธีทำธุรกิจ วิธีทำการตลาดก่อนเลยนะ (สำคัญที่สุดสำหรับการทำเครือข่ายเลยก็ว่าได้)
2. เมื่อเห็นวิธีทำธุรกิจแล้ว ถ้าอยากมั่งคั่งต้อง
- มองโอกาสเติบโต
- แผนการตลาดเอื้อแค่ไหน
- มองที่ผลิตภัณฑ์
- มองที่ความมั่นคง
เราจะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นนะ
ข้อที่ 1 เลือกที่วิธีทำธุรกิจหรือวิธีทำการตลาด สำคัญมากที่สุด
หลายคนที่ทำเครือข่ายติดหลุมพลางการล่อหลอกด้วยคนที่มีรายได้จำนวนมหาศาล มายืนเรียงกัน ใช้บรรยากาศของห้องกระตุ้นเร้า ใช้การชักแม่น้ำทั้ง5 ทำให้คล้อยตามและจิตนาการที่ฝันเฟื่องไปกันใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อออกจากห้องประชุม ก็ตัดสินใจสมัครและเริ่มสต๊อกสินค้า....แล้วก็ถูกลอยแพทันที ไม่มีคนสอนงาน ไม่มีคนพาทำงาน สินค้าก็ขายไม่ได้ แนะนำใครก็ไม่สนใจ บางทีพาทำงานบ้างแต่ก็เป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เช่น สิ่งที่เขาสอนลิสต์รายชื่อคน 100 คนเพื่อโทรไปแนะนำสินค้า
หรือไปแนะนำธุรกิจ พร้อมกับคำขู่ว่า " ถ้าไม่รีบโทรหาคนรู้จัก อาจจะมีคนรู้จักไปทำกับคนอื่น หรือซื้อสินค้ากับคนอื่นนะ"
**ดังนั้นการเลือกวิธีทำการตลาดเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด**
สิ่งที่คุณต้องดูก่อนเป็นอย่างแรกคือ เครือข่ายที่คุณจะทำเป็นเครือข่าย เซลล์แมนหรือเครือข่ายผู้บริโภค
เครือข่ายเซลล์แมน
คือ เครือข่ายที่ต้องมีการขายสินค้าเป็นหลักและใช้การขยายธุรกิจออกไป ข้อดีคืออาจจะมีรายได้จากการขายของ ข้อเสียคือ การจะได้รายได้ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทต้องมียอดสูงกว่า แต่สำหรับ.....
เครือข่ายผู้บริโภค
เน้นการขยายเครือข่ายผู้ใช้สินค้าอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องขายของ ข้อดีคือถ้าต้องการรายได้ตามเกณฑ์การรักษายอดไม่สูงมาก และถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการก็อาจจะนำไปขายได้เหมือนกัน ถามตัวเองก่อนว่าคุณชอบเครือข่ายประเภทไหน หลังจากนั้นเมื่อเข้าใจประเภทเครือข่ายแล้ว ดูต่อไปว่า.......
คนที่มาแนะนำคุณเขาทำการตลาดอย่างไร ไม่ต้องสนใจสิ่งสวยหรูที่เขามาแนะนำ แม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากเขาก็เหมือนกัน คุณต้องการทำแบบเขาคนนั้นไหม เพราะถ้าคุณมัวแต่หลงกับแผนการจ่ายรายได้ จ่ายเงินเยอะที่สุดในจักรวาล แจกโน่นแจกนี่มากที่สุด มีคนหลักล้านมากที่สุด บริษัทยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ขายตัวเองได้ ....... แต่ถ้าคุณสมัครใครร่วมเครือข่ายไม่ได้เลย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยใช่ไหม หรือคุณขายของไม่ออกสักชิ้น และกินเองจนหมด คุณจะไม่เจ๊งหรือ เพราะถ้าคุณไม่ชอบวิธีทำการตลาดแบบนั้น สุดท้ายคุณก็จะแพ้ความอยากสบายของตัวเอง ไม่เอาแล้ววันนี้ขอนอนดีกว่า ดูทีวีดีกว่า เพราะคุณกำลังทำการตลาดแบบฝืนธรรมชาติของตัวเอง ซึ่งเราได้อธิบายในบทเรียนเรียนที่แล้ว
ข้อ 2 เมื่อเข้าใจวิธีทำการตลาดแล้วขอย้ำนะ ต้องเข้าใจวิธีทำการตลาดก่อนว่าเราต้องการจริงๆ เท่านั้น ในส่วนของการทำการตลาดแบบนี้ หลังจากนั้นต้องเข้าใจ กราฟช่วงชีวิตของธุรกิจเครือข่าย ถ้าคุณไม่เข้าใจกราฟนี้อย่าคิดทำเครือข่ายเด็ดขาด ข่าวร้ายสำหรับบ้านเราคือ 99.99% ของนักธุรกิจเครือข่ายไม่เข้าใจกราฟนี้หรือเข้าใจก็เข้าใจไม่ละเอียด เราจะอธิบายให้ฟัง ก่อนอื่นคุณต้องล้างความเข้าใจเก่าคุณทิ้งก่อนนะ
* กราฟบอกอะไรเรา เมื่อเริ่มธุรกิจมีคนร่วมยังไม่มาก การเติบโตยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้เวลาในการวอร์มตัวและสร้างผู้นำในธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อผ่านจุดที่ 1 ปรากฎว่ามีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมและคนก็หลั่งไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ 80% ของคนทำธุรกิจจะเข้าร่วมช่วงนี้ เมื่อผ่านจุดที่ 2 ธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักจะหันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็เจอคนที่เขาทำหมดแล้ว หรือว่ารู้จักหมดแล้ว ช่วงนี้จะเป็นการรักษาระดับของธุรกิจ
* คุณรู้ไหมว่า เรากำลังจะสื่ออะไรสังเกตไหมว่าคนที่มีรายได้ 7 หลักเขาเริ่มธุรกิจเครือข่ายกันตอนไหน แทบจะทั้งหมดก็ตอนบริษัทเปิดตัวนั่นละ หมายความว่า ถ้าคุณต้องการรายได้มหาศาลคุณต้องเริ่มก่อนที่ธุรกิจจะถึงจุดที่ 1 ในกราฟ แล้วถ้าคุณไปเริ่มช่วงที่คน 80 % คนเข้ามาละ หมายถึงคุณอาจจะมีรายได้บ้างหรือเสียบ้างอยู่ที่ความสามารถและความขยัน รวมถึงเครื่องมือหรือระบบทำการตลาดที่มาช่วย ช่วงนี้มีการแข่งกันกันเองในเครือข่ายสูงมาก แต่การที่มั่งคั่งมีรายได้ 7 หลักยากมาก คุณต้องมีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าชาวบ้านมากๆ สำหรับคนที่เริ่มผ่านจุดที่ 2 ไปแล้ว เมื่อผ่านจุดนี้ไปการทำธุรกิจสำหรับคนใหม่จะยากมากนะ ส่วนมากจะเข้ามาเป็นผู้บริโภค ไม่ค่อยมีรายได้กันเท่าไหร่ บางคนก็มีรายได้บ้างถ้ามีความพยายามมากกว่า แต่โอกาสที่จะร่ำรวยแทบจะไม่มีเลย คุณต้องเป็นยอดมนุษย์จริงๆ หรือคุณต้องสามารถสวนกระแสในความซบเซาได้
* สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือทุกบริษัทเครือข่าย ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และไม่มีใครบอกว่าบริษัทตัวเองแย่หรอก ถ้าจะชวนคนเข้าร่วม
ไฮไลท์ตอนนี้ก็คือ คุณต้องรู้ให้ได้นะว่า ธุรกิจที่คุณจะเลือกกราฟธุรกิจอยู่ในช่วงไหน ถ้าคุณอยากมีรายได้มหาศาลแบบเร็วกว่า เพราะการเลือกผิดจุดนั่นคือโอกาสที่เหลือของคุณ บริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักจำนวนมากที่เขาพยายามนำเสนอ บริษัทที่เปิดมาตั้งนานในบ้านเรา มันกำลังบอกอะไรกับคุณเกี่ยวกับโอกาสร่ำรวยที่น้อยลง อาจจะไม่ใช่เวลาของคุณ น่าจะพอเข้าใจนะคะ และที่สำคัญคุณต้องมองไปที่บริษัทด้วยว่า มั่นคงแค่ไหน แผนการจ่ายเงิน และที่สำคัญคือ "ผลิตภัณฑ์ "
*** ถามตัวเองก่อนนะว่า ผลิตภัณฑ์แบบนี้ ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาท คุณจะซื้อใช้ ซื้อกินมั๊ย ถ้าคำตอบคือไม่ คนอื่นเขาก็คงไม่ต่างจากคุณ นั่นหมายถึงธุรกิจเมื่อถึงจุดอิ่มตัว หันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็มีคนทำแล้ว รับสมัครคนยากขึ้นหรือขายของยากขึ้น ถ้าคนไม่มีรายได้ เขาก็จะหยุดรักษายอด เมื่อเขาเห็นว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต นั่นหมายถึงเครือข่ายที่จะล้มครืน.... แบบโดมิโน่ มันก็จะล้มตั้งแต่ตัวสุดท้ายจนถึงโดมิโน่ตัวแรกเลยครับ และเริ่มไปนับศูนย์กันใหม่
หลายคนเข้าใจกราฟนี้แต่เข้าใจไม่หมด
**ว่ากราฟนี้มันสื่อถึงผลิตภัณฑ์ด้วย ถ้าคุณต้องการธุรกิจสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจน **ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของไม่จำเป็นการการดำเนินชีวิต เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น สุดท้ายเครือข่ายก็จะจบลงเมื่อถึงจุดอิ่มตัว สิ่งที่คุณทุ่มเทก็จะจบไป ทีนี้เข้าใจหรือยังว่า ทำไมบางเครือข่ายดังๆ ก็ยังล้มไป แล้วข้อดีของการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing จะมาช่วยอะไรได้บ้าง?
หากคุณทำการตลาดด้วยการแบรนด์ตัวคุณเอง ไม่ได้มาแบรนด์บริษัทเหมือนคนอื่นๆ คนเขารู้จักคุณในฐานะมืออาชีพที่เขาอยากร่วม คุณมีระบบฐานข้อมูลคนที่ต้องการสำเร็จที่คุณจะให้ข้อมูลอะไรกับเขาก็ได้ คุณมีความสัมพันธ์กับเขาเพราะเขารู้จักคุณในฐานะคนรู้จัก และมืออาชีพทางด้านเครือข่าย ถ้าธุรกิจมันแย่ที่สุดคือ เครือข่ายล้ม
แต่การตลาดแบบดึงดูด เครือข่ายที่หายไปคุณสามารถเอาคืนในระยะเวลาอันรวดเร็วมากกับบริษัทใหม่ๆ เพราะคนจะติดสอยห้อยตามคนที่เขามั่นใจด้วยเสมอ
แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคุณต้องมีระบบที่ยอดเยี่ยมแล้ว คุณควรเลือกบริษัทที่ยอดเยี่ยมทั้งโอกาสมั่งคั่ง แผน ผลิตภัณฑ์(ถามตัวเองก่อนว่า ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาทกับบริษัทนี้ คุณจะยังซื้อกินซื้อใช้ไหม) และความมั่นคงของบริษัทด้วย
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่
http://okmlmonline.thport.com/
ขอแนะนำวิธีในการเลือกเครือข่ายให้ร่ำรวยกันบ้าง หรืออย่างแย่สุด เลือกเครือข่ายยังไงให้สำเร็จได้บ้าง......ไม่ใช่มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเหมือนที่เคยเป็นกัน
(คนสำเร็จกับเครือข่ายหมายถึงคนที่มีรายได้อย่างน้อย 5 แสนบาทต่อเดือน)
ถ้าจะเลือกทำธุรกิจเครือข่ายเราต้องมองว่าอะไรมาก่อนมาหลัง บางคนทำเครือข่ายมาเป็นสิบๆปียังเลือกเครือข่ายไม่เป็น ก็ยังล้มเหลวอยู่เหมือนเดิม.....นั่นละไม่สำเร็จสักที หรือบางคนสำเร็จระดับสูงมาก สุดท้ายก็ต้องมานับศูนย์ใหม่ในไม่กี่ปีเพราะบริษัทและสายงานล้มไป ก็ยังไม่เข้าใจการเลือกเครือข่ายอยู่ดี
ถ้ายังไม่เข้าใจคุณอาจจะหมุนวนมานับศูนย์เรื่อยๆ หรือคุณอาจจะล้มเหลวตลอดไป!!! หลักการสำหรับเลือกเครือข่าย
1. เลือกที่วิธีทำธุรกิจ วิธีทำการตลาดก่อนเลยนะ (สำคัญที่สุดสำหรับการทำเครือข่ายเลยก็ว่าได้)
2. เมื่อเห็นวิธีทำธุรกิจแล้ว ถ้าอยากมั่งคั่งต้อง
- มองโอกาสเติบโต
- แผนการตลาดเอื้อแค่ไหน
- มองที่ผลิตภัณฑ์
- มองที่ความมั่นคง
เราจะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นนะ
ข้อที่ 1 เลือกที่วิธีทำธุรกิจหรือวิธีทำการตลาด สำคัญมากที่สุด
หลายคนที่ทำเครือข่ายติดหลุมพลางการล่อหลอกด้วยคนที่มีรายได้จำนวนมหาศาล มายืนเรียงกัน ใช้บรรยากาศของห้องกระตุ้นเร้า ใช้การชักแม่น้ำทั้ง5 ทำให้คล้อยตามและจิตนาการที่ฝันเฟื่องไปกันใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อออกจากห้องประชุม ก็ตัดสินใจสมัครและเริ่มสต๊อกสินค้า....แล้วก็ถูกลอยแพทันที ไม่มีคนสอนงาน ไม่มีคนพาทำงาน สินค้าก็ขายไม่ได้ แนะนำใครก็ไม่สนใจ บางทีพาทำงานบ้างแต่ก็เป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เช่น สิ่งที่เขาสอนลิสต์รายชื่อคน 100 คนเพื่อโทรไปแนะนำสินค้า
หรือไปแนะนำธุรกิจ พร้อมกับคำขู่ว่า " ถ้าไม่รีบโทรหาคนรู้จัก อาจจะมีคนรู้จักไปทำกับคนอื่น หรือซื้อสินค้ากับคนอื่นนะ"
**ดังนั้นการเลือกวิธีทำการตลาดเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด**
สิ่งที่คุณต้องดูก่อนเป็นอย่างแรกคือ เครือข่ายที่คุณจะทำเป็นเครือข่าย เซลล์แมนหรือเครือข่ายผู้บริโภค
เครือข่ายเซลล์แมน
คือ เครือข่ายที่ต้องมีการขายสินค้าเป็นหลักและใช้การขยายธุรกิจออกไป ข้อดีคืออาจจะมีรายได้จากการขายของ ข้อเสียคือ การจะได้รายได้ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทต้องมียอดสูงกว่า แต่สำหรับ.....
เครือข่ายผู้บริโภค
เน้นการขยายเครือข่ายผู้ใช้สินค้าอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องขายของ ข้อดีคือถ้าต้องการรายได้ตามเกณฑ์การรักษายอดไม่สูงมาก และถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการก็อาจจะนำไปขายได้เหมือนกัน ถามตัวเองก่อนว่าคุณชอบเครือข่ายประเภทไหน หลังจากนั้นเมื่อเข้าใจประเภทเครือข่ายแล้ว ดูต่อไปว่า.......
คนที่มาแนะนำคุณเขาทำการตลาดอย่างไร ไม่ต้องสนใจสิ่งสวยหรูที่เขามาแนะนำ แม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากเขาก็เหมือนกัน คุณต้องการทำแบบเขาคนนั้นไหม เพราะถ้าคุณมัวแต่หลงกับแผนการจ่ายรายได้ จ่ายเงินเยอะที่สุดในจักรวาล แจกโน่นแจกนี่มากที่สุด มีคนหลักล้านมากที่สุด บริษัทยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ขายตัวเองได้ ....... แต่ถ้าคุณสมัครใครร่วมเครือข่ายไม่ได้เลย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยใช่ไหม หรือคุณขายของไม่ออกสักชิ้น และกินเองจนหมด คุณจะไม่เจ๊งหรือ เพราะถ้าคุณไม่ชอบวิธีทำการตลาดแบบนั้น สุดท้ายคุณก็จะแพ้ความอยากสบายของตัวเอง ไม่เอาแล้ววันนี้ขอนอนดีกว่า ดูทีวีดีกว่า เพราะคุณกำลังทำการตลาดแบบฝืนธรรมชาติของตัวเอง ซึ่งเราได้อธิบายในบทเรียนเรียนที่แล้ว
ข้อ 2 เมื่อเข้าใจวิธีทำการตลาดแล้วขอย้ำนะ ต้องเข้าใจวิธีทำการตลาดก่อนว่าเราต้องการจริงๆ เท่านั้น ในส่วนของการทำการตลาดแบบนี้ หลังจากนั้นต้องเข้าใจ กราฟช่วงชีวิตของธุรกิจเครือข่าย ถ้าคุณไม่เข้าใจกราฟนี้อย่าคิดทำเครือข่ายเด็ดขาด ข่าวร้ายสำหรับบ้านเราคือ 99.99% ของนักธุรกิจเครือข่ายไม่เข้าใจกราฟนี้หรือเข้าใจก็เข้าใจไม่ละเอียด เราจะอธิบายให้ฟัง ก่อนอื่นคุณต้องล้างความเข้าใจเก่าคุณทิ้งก่อนนะ
* กราฟบอกอะไรเรา เมื่อเริ่มธุรกิจมีคนร่วมยังไม่มาก การเติบโตยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้เวลาในการวอร์มตัวและสร้างผู้นำในธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อผ่านจุดที่ 1 ปรากฎว่ามีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมและคนก็หลั่งไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ 80% ของคนทำธุรกิจจะเข้าร่วมช่วงนี้ เมื่อผ่านจุดที่ 2 ธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักจะหันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็เจอคนที่เขาทำหมดแล้ว หรือว่ารู้จักหมดแล้ว ช่วงนี้จะเป็นการรักษาระดับของธุรกิจ
* คุณรู้ไหมว่า เรากำลังจะสื่ออะไรสังเกตไหมว่าคนที่มีรายได้ 7 หลักเขาเริ่มธุรกิจเครือข่ายกันตอนไหน แทบจะทั้งหมดก็ตอนบริษัทเปิดตัวนั่นละ หมายความว่า ถ้าคุณต้องการรายได้มหาศาลคุณต้องเริ่มก่อนที่ธุรกิจจะถึงจุดที่ 1 ในกราฟ แล้วถ้าคุณไปเริ่มช่วงที่คน 80 % คนเข้ามาละ หมายถึงคุณอาจจะมีรายได้บ้างหรือเสียบ้างอยู่ที่ความสามารถและความขยัน รวมถึงเครื่องมือหรือระบบทำการตลาดที่มาช่วย ช่วงนี้มีการแข่งกันกันเองในเครือข่ายสูงมาก แต่การที่มั่งคั่งมีรายได้ 7 หลักยากมาก คุณต้องมีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าชาวบ้านมากๆ สำหรับคนที่เริ่มผ่านจุดที่ 2 ไปแล้ว เมื่อผ่านจุดนี้ไปการทำธุรกิจสำหรับคนใหม่จะยากมากนะ ส่วนมากจะเข้ามาเป็นผู้บริโภค ไม่ค่อยมีรายได้กันเท่าไหร่ บางคนก็มีรายได้บ้างถ้ามีความพยายามมากกว่า แต่โอกาสที่จะร่ำรวยแทบจะไม่มีเลย คุณต้องเป็นยอดมนุษย์จริงๆ หรือคุณต้องสามารถสวนกระแสในความซบเซาได้
* สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือทุกบริษัทเครือข่าย ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และไม่มีใครบอกว่าบริษัทตัวเองแย่หรอก ถ้าจะชวนคนเข้าร่วม
ไฮไลท์ตอนนี้ก็คือ คุณต้องรู้ให้ได้นะว่า ธุรกิจที่คุณจะเลือกกราฟธุรกิจอยู่ในช่วงไหน ถ้าคุณอยากมีรายได้มหาศาลแบบเร็วกว่า เพราะการเลือกผิดจุดนั่นคือโอกาสที่เหลือของคุณ บริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักจำนวนมากที่เขาพยายามนำเสนอ บริษัทที่เปิดมาตั้งนานในบ้านเรา มันกำลังบอกอะไรกับคุณเกี่ยวกับโอกาสร่ำรวยที่น้อยลง อาจจะไม่ใช่เวลาของคุณ น่าจะพอเข้าใจนะคะ และที่สำคัญคุณต้องมองไปที่บริษัทด้วยว่า มั่นคงแค่ไหน แผนการจ่ายเงิน และที่สำคัญคือ "ผลิตภัณฑ์ "
*** ถามตัวเองก่อนนะว่า ผลิตภัณฑ์แบบนี้ ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาท คุณจะซื้อใช้ ซื้อกินมั๊ย ถ้าคำตอบคือไม่ คนอื่นเขาก็คงไม่ต่างจากคุณ นั่นหมายถึงธุรกิจเมื่อถึงจุดอิ่มตัว หันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็มีคนทำแล้ว รับสมัครคนยากขึ้นหรือขายของยากขึ้น ถ้าคนไม่มีรายได้ เขาก็จะหยุดรักษายอด เมื่อเขาเห็นว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต นั่นหมายถึงเครือข่ายที่จะล้มครืน.... แบบโดมิโน่ มันก็จะล้มตั้งแต่ตัวสุดท้ายจนถึงโดมิโน่ตัวแรกเลยครับ และเริ่มไปนับศูนย์กันใหม่
หลายคนเข้าใจกราฟนี้แต่เข้าใจไม่หมด
**ว่ากราฟนี้มันสื่อถึงผลิตภัณฑ์ด้วย ถ้าคุณต้องการธุรกิจสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจน **ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของไม่จำเป็นการการดำเนินชีวิต เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น สุดท้ายเครือข่ายก็จะจบลงเมื่อถึงจุดอิ่มตัว สิ่งที่คุณทุ่มเทก็จะจบไป ทีนี้เข้าใจหรือยังว่า ทำไมบางเครือข่ายดังๆ ก็ยังล้มไป แล้วข้อดีของการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing จะมาช่วยอะไรได้บ้าง?
หากคุณทำการตลาดด้วยการแบรนด์ตัวคุณเอง ไม่ได้มาแบรนด์บริษัทเหมือนคนอื่นๆ คนเขารู้จักคุณในฐานะมืออาชีพที่เขาอยากร่วม คุณมีระบบฐานข้อมูลคนที่ต้องการสำเร็จที่คุณจะให้ข้อมูลอะไรกับเขาก็ได้ คุณมีความสัมพันธ์กับเขาเพราะเขารู้จักคุณในฐานะคนรู้จัก และมืออาชีพทางด้านเครือข่าย ถ้าธุรกิจมันแย่ที่สุดคือ เครือข่ายล้ม
แต่การตลาดแบบดึงดูด เครือข่ายที่หายไปคุณสามารถเอาคืนในระยะเวลาอันรวดเร็วมากกับบริษัทใหม่ๆ เพราะคนจะติดสอยห้อยตามคนที่เขามั่นใจด้วยเสมอ
แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคุณต้องมีระบบที่ยอดเยี่ยมแล้ว คุณควรเลือกบริษัทที่ยอดเยี่ยมทั้งโอกาสมั่งคั่ง แผน ผลิตภัณฑ์(ถามตัวเองก่อนว่า ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาทกับบริษัทนี้ คุณจะยังซื้อกินซื้อใช้ไหม) และความมั่นคงของบริษัทด้วย
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่
http://okmlmonline.thport.com/
29 ตุลาคม, 2552
การตลาดที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ การตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
ในการทำการตลาดรูปแบบเดิมๆ คุณเคยสังเกตุ ไหมว่า....... คนที่เขามีรายได้มหาศาลกับเครือข่ายทำไมเวลาเขาจะรับสมัครใครเข้ามาร่วมมันง่ายจัง!!!
ทั้งที่เราก็พยายามเหมือนเขาอาจจะ......มากกว่าด้วยซ้ำไป ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนเขาคนนั้นผมมีนิทานคนทำเครือข่ายมาเล่าให้ฟัง???
มีธุรกิจเครือข่ายค่ายหนึ่ง นายขยัน เป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจนั้นตั้งแต่แรกในประเทศไทย และเมื่อเวลาผ่านไป....หลายปีจากองค์กรธุรกิจเครือข่ายเล็กๆ กลายเป็นองค์กรใหญ่โต นายขยัน กลายเป็นคนที่มีรายได้มหาศาล 7-8 หลักทุกเดือน เนื่องจากได้ผลลัพธ์กับองค์กรที่ใหญ่โตขึ้น นายขยัน ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ ในงานประชุมของบริษัทที่จัดตามโรงแรมต่างๆบ่อยๆ ในฐานะผู้ที่สำเร็จกับเครือข่ายและมีรายได้มหาศาล ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความสามารถ ชื่อของนายขยัน เป็นที่กล่าวขานทั้งในห้องประชุมและทางเน็ต เป็นคนที่หลายๆคนอย่างเอาเยี่ยงอย่าง
วันนั้นให้ห้องประชุม นางจริงใจ ซึ่งเป็นผู้มุ่งหวังของผู้ทำธุรกิจท่านหนึ่งที่อยู่ลำดับลึกมากๆ ในองค์กรของนายขยัน ได้ประทับใจในตัวของนายขยันอย่างมาก ด้วยการที่นางจริงใจเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงเธอมองเห็นว่าถ้าร่วมเครือข่ายกับคนที่เขาแนะนำเข้ามาชมวันนี้คงมีโอกาสสำเร็จน้อย และจะดีมากถ้าได้ร่วมกับนายขยัน นางจริงใจเลยตัดสินใจที่จะไม่ร่วมกับนักธุรกิจท่านนั้น แล้วเริ่มต้นหาข้อมูลชื่อ เบอร์โทรของนายขยัน ทันที ในอินเตอร์เน็ต และได้เบอร์โทรสมใจ ตัดสินใจโทรหาและบอกว่าอยากเข้าร่วมกับนายขยัน เนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่านางจริงใจ เคยเป็นผู้มุ่งหวังของทีมงานตัวเอง และเห็นว่านางจริงใจมีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง นายขยันเลยตัดสินใจรับสมัครติดตัวเองทันที นางจริงใจดีใจมากที่ได้ร่วมกับคนที่มีรายได้มหาศาลอย่างนี้
เมื่อเริ่มเรียนรู้งานจากนายขยัน นางจริงใจก็แปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่านายขยันก็ไม่ได้สอนอะไรพิเศษมากไปกว่า...... ที่คนที่พาเข้าประชุมเท่านั้นแนะนำ สิ่งที่นางจริงใจได้เห็นมากขึ้นพบว่าบางทีเมื่อขอความช่วยเหลืออะไรก็ตาม นายขยัน จะไม่ค่อยตอบสนองเท่าไหร่ "หรือเพราะเขามีตำแหน่งใหญ่โต เลยติดธุระค่อนข้างบ่อย" นางจริงใจพูดกับตัวเอง เธอจึงตัดสินใจไปหาที่บ้านอันหรูหราของนายขยัน ก็เลยแปลกใจเป็นอย่างมาก "โอ้ว นายขยัน กำลังตีกอล์ฟ สบายใจเฉิบ มีสาวสวยพริตตี้ข้างกาย 2 คน" นางจริงใจ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปทัก และพยายามคุยปัญหาที่เธอเจออยู่ มีคนสนใจธุรกิจและต้องการให้นายขยันช่วยเหลือเธอด่วน ไม่งั้นเดือนนี้เธอจะไม่มีเงินรักษายอดและรายได้ไม่เกิดแน่ๆ นายขยันบอกว่า ให้เธอกลับไปก่อนเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป เธอกลับออกมาจากบ้านนายขยัน และรู้สึกเสียใจนิดๆ หลังจากนั้นนายขยันก็ไม่ได้ติดต่อหาเธอตามที่บอก
เมื่อถึงช่วงงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ นางจริงใจได้ชวนคนเข้าในงานประชุมได้ 3 ท่านที่แสนจะลำบากในการชวนเพราะชวนมาเป็น 20 กว่าคนแต่มาแค่ 3 คน แต่เธอก็ดีใจที่มีคนมาได้ ทั้ง 3 คน มี 2 คนเป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เสริม และอีกคนเป็นพนักงานประจำที่อยากออกจากงานเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากได้ฟังงานประชุมจนจบ ทุกคนก็ทยอยกันกลับ 3 คนที่ร่วมประชุมไม่มีใครสมัครกับเธอเลย นักศึกษาทั้ง 2 คนบอกว่าไม่มีเงินค่าสมัคร ส่วนอีกคนบอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้
1 เดือนผ่านไป นายขยันได้จัดงานเลี้ยงยินดีให้กับสมาชิกในทีมที่ได้ขึ้นตำแหน่งใหม่ๆ ได้เชิญคนที่เป็นต้นสายของธุรกิจเข้ามาในงานเลี้ยง และทีมงานติดตัวเองเข้ามาในงานด้วย นางจริงใจก็ได้รับเชิญ และเธอแปลกใจมาก คนที่เธอเคยชวนเข้าอบรมที่โรงแรมก่อนหน้าก็มาด้วย และได้ถามคนที่เป็นไซด์ไลน์ที่มางานด้วยกัน เขาบอกว่า "อ้อเป็นทีมงานใหม่ของพี่ขยันเขา"....???
++ นี่เป็นแค่เรื่องสมมติ ไม่เกี่ยวกับ บุคคล สถานที่หรือ อะไรก็ตามนะ ++
นิทานเรื่องนี้บอกอะไรกับเราบ้าง?
-คนที่มีรายได้มหาศาลกับเครือข่าย เขาอยู่ในการตลาดดึงดูด(รายได้)ที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วมเพราะมั่นใจว่าเขาจะพาสำเร็จแน่ๆ
-ข่าวไม่สู้จะดีคือ คนที่เขามีรายได้มหาศาลเหล่านั้นแทบทุกคนไม่มีระบบที่เอื้อให้ทุกคนสำเร็จ
-ข่าวร้ายคือ คนเหล่านั้นเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่าเขาอยู่ในการตลาดดึงดูดที่ใครๆก็อยากเข้าร่วมกับเขา
-ข่าวร้ายกว่า คนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะสอนทีมงานให้เข้าใจการตลาดดึงดูดและเป็นแบบเขาได้
-ข่าวร้ายยิ่งกว่า ธรรมชาติของคน ยิ่งร่ำรวยขึ้น คนจะยิ่งเหนื่อยง่ายขึ้น ทำงานหนักได้น้อยลง ความพยายามลดลง
-ข่าวร้ายที่สุด เขาจะสอนให้คุณทำสิ่งที่เขาอยากให้คุณทำและเขาไม่เคยทำ และผลักไสให้พยายามในสิ่งที่คุณไม่ชอบมากที่สุด
"จงอย่าแค่มองเครือข่าย" แค่เพราะหลงในบางอย่างที่สวยงาม แผนง่ายที่สุดในโลก จ่ายมากที่สุดในจักรวาล บริษัทสุดยอดเบอร์หนึ่ง แจกโน่นแจกนี่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีคนมีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก ถามตัวคุณเองก่อน.....
- คนที่มาแนะนำเขาทำการตลาดอย่างไร
- คุณอยากทำอย่างนั้นไหม ถ้าอยากทำงานแบบนั้นเยี่ยมเลยคุณกำลังพบทางสว่าง ถ้าไม่ ให้รีบถอยออกมา เพราะถ้าคุณเข้าไปคุณก็จะเจอการทำตลาดที่ฝืนความรู้สึกตัวเองทันที สุดท้ายก็จะล้มเหลว
การตลาดดึงดูดคือการตลาดรูปแบบเดียวกับคนที่เขามีรายได้มหาศาลเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่เราไม่รู้ตัวเอง
นั่นหมายถึง คุณกำลังได้รู้วิธีการดึงดูดคนให้เข้ามาร่วมกับคุณเหมือนกับคนที่เขามีรายได้มหาศาล เหตุผลเพราะคนอยากร่วมเครือข่ายกับคนที่มั่นใจว่าพาเขาสำเร็จแน่ๆ แล้วทำไมคนที่ทำการตลาดแบบนี้จะไม่สำเร็จล่ะ
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!!!
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ต
****ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ http://okmlmonline.thport.com/
ทั้งที่เราก็พยายามเหมือนเขาอาจจะ......มากกว่าด้วยซ้ำไป ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนเขาคนนั้นผมมีนิทานคนทำเครือข่ายมาเล่าให้ฟัง???
มีธุรกิจเครือข่ายค่ายหนึ่ง นายขยัน เป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจนั้นตั้งแต่แรกในประเทศไทย และเมื่อเวลาผ่านไป....หลายปีจากองค์กรธุรกิจเครือข่ายเล็กๆ กลายเป็นองค์กรใหญ่โต นายขยัน กลายเป็นคนที่มีรายได้มหาศาล 7-8 หลักทุกเดือน เนื่องจากได้ผลลัพธ์กับองค์กรที่ใหญ่โตขึ้น นายขยัน ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ ในงานประชุมของบริษัทที่จัดตามโรงแรมต่างๆบ่อยๆ ในฐานะผู้ที่สำเร็จกับเครือข่ายและมีรายได้มหาศาล ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความสามารถ ชื่อของนายขยัน เป็นที่กล่าวขานทั้งในห้องประชุมและทางเน็ต เป็นคนที่หลายๆคนอย่างเอาเยี่ยงอย่าง
วันนั้นให้ห้องประชุม นางจริงใจ ซึ่งเป็นผู้มุ่งหวังของผู้ทำธุรกิจท่านหนึ่งที่อยู่ลำดับลึกมากๆ ในองค์กรของนายขยัน ได้ประทับใจในตัวของนายขยันอย่างมาก ด้วยการที่นางจริงใจเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงเธอมองเห็นว่าถ้าร่วมเครือข่ายกับคนที่เขาแนะนำเข้ามาชมวันนี้คงมีโอกาสสำเร็จน้อย และจะดีมากถ้าได้ร่วมกับนายขยัน นางจริงใจเลยตัดสินใจที่จะไม่ร่วมกับนักธุรกิจท่านนั้น แล้วเริ่มต้นหาข้อมูลชื่อ เบอร์โทรของนายขยัน ทันที ในอินเตอร์เน็ต และได้เบอร์โทรสมใจ ตัดสินใจโทรหาและบอกว่าอยากเข้าร่วมกับนายขยัน เนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่านางจริงใจ เคยเป็นผู้มุ่งหวังของทีมงานตัวเอง และเห็นว่านางจริงใจมีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง นายขยันเลยตัดสินใจรับสมัครติดตัวเองทันที นางจริงใจดีใจมากที่ได้ร่วมกับคนที่มีรายได้มหาศาลอย่างนี้
เมื่อเริ่มเรียนรู้งานจากนายขยัน นางจริงใจก็แปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่านายขยันก็ไม่ได้สอนอะไรพิเศษมากไปกว่า...... ที่คนที่พาเข้าประชุมเท่านั้นแนะนำ สิ่งที่นางจริงใจได้เห็นมากขึ้นพบว่าบางทีเมื่อขอความช่วยเหลืออะไรก็ตาม นายขยัน จะไม่ค่อยตอบสนองเท่าไหร่ "หรือเพราะเขามีตำแหน่งใหญ่โต เลยติดธุระค่อนข้างบ่อย" นางจริงใจพูดกับตัวเอง เธอจึงตัดสินใจไปหาที่บ้านอันหรูหราของนายขยัน ก็เลยแปลกใจเป็นอย่างมาก "โอ้ว นายขยัน กำลังตีกอล์ฟ สบายใจเฉิบ มีสาวสวยพริตตี้ข้างกาย 2 คน" นางจริงใจ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปทัก และพยายามคุยปัญหาที่เธอเจออยู่ มีคนสนใจธุรกิจและต้องการให้นายขยันช่วยเหลือเธอด่วน ไม่งั้นเดือนนี้เธอจะไม่มีเงินรักษายอดและรายได้ไม่เกิดแน่ๆ นายขยันบอกว่า ให้เธอกลับไปก่อนเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป เธอกลับออกมาจากบ้านนายขยัน และรู้สึกเสียใจนิดๆ หลังจากนั้นนายขยันก็ไม่ได้ติดต่อหาเธอตามที่บอก
เมื่อถึงช่วงงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ นางจริงใจได้ชวนคนเข้าในงานประชุมได้ 3 ท่านที่แสนจะลำบากในการชวนเพราะชวนมาเป็น 20 กว่าคนแต่มาแค่ 3 คน แต่เธอก็ดีใจที่มีคนมาได้ ทั้ง 3 คน มี 2 คนเป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เสริม และอีกคนเป็นพนักงานประจำที่อยากออกจากงานเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากได้ฟังงานประชุมจนจบ ทุกคนก็ทยอยกันกลับ 3 คนที่ร่วมประชุมไม่มีใครสมัครกับเธอเลย นักศึกษาทั้ง 2 คนบอกว่าไม่มีเงินค่าสมัคร ส่วนอีกคนบอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้
1 เดือนผ่านไป นายขยันได้จัดงานเลี้ยงยินดีให้กับสมาชิกในทีมที่ได้ขึ้นตำแหน่งใหม่ๆ ได้เชิญคนที่เป็นต้นสายของธุรกิจเข้ามาในงานเลี้ยง และทีมงานติดตัวเองเข้ามาในงานด้วย นางจริงใจก็ได้รับเชิญ และเธอแปลกใจมาก คนที่เธอเคยชวนเข้าอบรมที่โรงแรมก่อนหน้าก็มาด้วย และได้ถามคนที่เป็นไซด์ไลน์ที่มางานด้วยกัน เขาบอกว่า "อ้อเป็นทีมงานใหม่ของพี่ขยันเขา"....???
++ นี่เป็นแค่เรื่องสมมติ ไม่เกี่ยวกับ บุคคล สถานที่หรือ อะไรก็ตามนะ ++
นิทานเรื่องนี้บอกอะไรกับเราบ้าง?
-คนที่มีรายได้มหาศาลกับเครือข่าย เขาอยู่ในการตลาดดึงดูด(รายได้)ที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วมเพราะมั่นใจว่าเขาจะพาสำเร็จแน่ๆ
-ข่าวไม่สู้จะดีคือ คนที่เขามีรายได้มหาศาลเหล่านั้นแทบทุกคนไม่มีระบบที่เอื้อให้ทุกคนสำเร็จ
-ข่าวร้ายคือ คนเหล่านั้นเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่าเขาอยู่ในการตลาดดึงดูดที่ใครๆก็อยากเข้าร่วมกับเขา
-ข่าวร้ายกว่า คนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะสอนทีมงานให้เข้าใจการตลาดดึงดูดและเป็นแบบเขาได้
-ข่าวร้ายยิ่งกว่า ธรรมชาติของคน ยิ่งร่ำรวยขึ้น คนจะยิ่งเหนื่อยง่ายขึ้น ทำงานหนักได้น้อยลง ความพยายามลดลง
-ข่าวร้ายที่สุด เขาจะสอนให้คุณทำสิ่งที่เขาอยากให้คุณทำและเขาไม่เคยทำ และผลักไสให้พยายามในสิ่งที่คุณไม่ชอบมากที่สุด
"จงอย่าแค่มองเครือข่าย" แค่เพราะหลงในบางอย่างที่สวยงาม แผนง่ายที่สุดในโลก จ่ายมากที่สุดในจักรวาล บริษัทสุดยอดเบอร์หนึ่ง แจกโน่นแจกนี่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีคนมีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก ถามตัวคุณเองก่อน.....
- คนที่มาแนะนำเขาทำการตลาดอย่างไร
- คุณอยากทำอย่างนั้นไหม ถ้าอยากทำงานแบบนั้นเยี่ยมเลยคุณกำลังพบทางสว่าง ถ้าไม่ ให้รีบถอยออกมา เพราะถ้าคุณเข้าไปคุณก็จะเจอการทำตลาดที่ฝืนความรู้สึกตัวเองทันที สุดท้ายก็จะล้มเหลว
การตลาดดึงดูดคือการตลาดรูปแบบเดียวกับคนที่เขามีรายได้มหาศาลเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่เราไม่รู้ตัวเอง
นั่นหมายถึง คุณกำลังได้รู้วิธีการดึงดูดคนให้เข้ามาร่วมกับคุณเหมือนกับคนที่เขามีรายได้มหาศาล เหตุผลเพราะคนอยากร่วมเครือข่ายกับคนที่มั่นใจว่าพาเขาสำเร็จแน่ๆ แล้วทำไมคนที่ทำการตลาดแบบนี้จะไม่สำเร็จล่ะ
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!!!
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ต
****ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ http://okmlmonline.thport.com/
28 ตุลาคม, 2552
วิธีการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาร่วมเครือข่ายในระบบการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
จากบทเรียนที่ผ่านมา คุณได้ทราบแล้วว่าหัวใจของการตลาดเครือข่ายแบบดึงดูด Attraction Marketing คือ การสร้างความเชื่อมั่นในตัวคุณกับคนที่สนใจ เมื่อคนเห็นความเป็นมืออาชีพของคุณ และเขาเห็นว่าคุณสามารถพาเขาสำเร็จได้ เขาก็อยากจะร่วมกับคุณ หน้าที่ของคุณคือ การคัดเลือกว่าใครบ้างที่ต้องการให้ร่วม คุณสามารถทำอะไรบางอย่างก่อนคัดเลือกได้ก็คือ..........
สามารถให้ข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างไรให้สำเร็จ เขาควรทำงานอย่างไร ระบบเป็นแบบไหนบ้างที่จะเอื้อให้สำเร็จจริงๆ แบบเข้มข้น และเปิดโอกาสให้คนที่เขาต้องการร่วมกับคุณ ได้แสดงว่าเขาต้องการเข้าร่วมกับคุณ
หน้าที่ของคุณคือ การเลือกคนที่คุณต้องการให้ร่วม การคัดเลือกคนเข้าร่วมเครือข่ายกับคุณนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกแฟน นั่นคือคุณจะต้องดูหลายๆ คุณสมบัติ เช่น
- เขาตั้งใจแค่ไหนที่จะเข้าร่วม เพราะบางคนแค่แวะเข้ามาดูเพื่อจะได้รู้อะไรบางอย่างที่คุณทำอยู่ หรือ บางคนอาจจะแค่อยากจะรู้แต่ไม่ต้องการร่วมกับคุณจริงๆ - เขาเข้าใจการตลาดแบบที่คุณทำแค่ไหน
- เขามั่นใจได้อย่างไรว่าระบบทำงานแบบนี้มันจะเอื้อให้สำเร็จ
- ทรรศนคติเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีทักษะตรงตามที่คุณต้องการไหม
- และเรื่องความพร้อมด้านการลงทุน
บริบทของคุณในการคัดคน ไม่ต่างอะไรจากการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในบริษัท นั่นคือคุณต้องชัดเจนกับตัวเองก่อนว่าคุณเป็นคนเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขามาเลือกเรา
ถ้าคิดว่าสิ่งที่คุณกำลังพูดคุยกับเขาเป็นลักษณะการโน้มน้าว หยุดคิดสักนิดเพราะคุณกำลังพยายามง้อคนที่คุณสัมภาษณ์อยู่ พยายามชักจูงอยู่ เมื่อคนเขามองว่าตัวเขาเองสามารถเลือกหรือไม่เลือกเราก็ได้ เขาจะเป็นคนถือไพ่ที่เหนือกว่าทันที
นั่นหมายถึงการล้มเหลวในการสัมภาษณ์อย่างสิ้นเชิง อย่าลืมนะ การสัมภาษณ์คือการคัดคนที่ใช่ เพื่ออนุญาตให้เข้าร่วมกับเราหรือไม่
ถ้าเขาถือไพ่เหนือกว่านั่นคือคุณไม่มีสิทธิ์คัดคนได้เลย สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับท่านที่ทำการตลาดดึงดูด ท่านต้องแฝงการตลาดแบบปฎิเสธคนในนั้นด้วย หมายถึงคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับเข้าร่วม ต้องปฎิเสธทันทีอย่าเสียดาย เพราะการรับคนเหล่านี้เข้ามานั่นคือ การได้คนที่ไม่ใช่ มาร่วมธุรกิจและโอกาสที่จะล้มเหลวสูง
แม้ว่าการทำงานจะง่ายเท่าใดก็ตาม และตัวคุณจะเสียเวลาในการดูแลคนเหล่านี้มากเกินปกติ เมื่อเข้าสู่สถานการณ์การทำงานแบบนี้ มีคนมาขอสัมภาษณ์เพื่อจะเข้าร่วมธุรกิจกับคุณสม่ำเสมอ ตัวคุณเองเพียงแค่คัดเอาคนที่ใช่
ตัวคุณเองจะเข้าสู่การตลาดดึงดูดแบบเต็มตัวแล้ว แต่การที่คุณเองจะทำการตลาดแบบนี้ให้สมบูรณ์แบบ คุณจะต้องมีระบบการทำการตลาดที่เอื้อจริงๆ และคนเขารู้จักคุณเท่านั้นในฐานะคนที่จะพาเขาสำเร็จ และคุณต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ
ถ้าเทียบการตลาดดึงดูดว่าเหมือนคนที่หน้าตาดี อาจจะมีคนมาให้คัดเลือกเป็นแฟนเยอะ แต่ถ้าเขารู้ว่าคุณดีแค่หน้าตาแต่.....นิสัยไม่ได้เรื่อยเลย คงจะคบกันได้ไม่นาน เหมือนในการทำธุรกิจที่คุณต้องเป็นอย่างที่คุยจริงๆ คุณต้องทำอย่างที่พูด และต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานเหมือนที่ได้บอกเขาจริงๆ
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะรับเขาเข้าร่วม คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนคือ
สิ่งที่คนมองหาอย่างหนึ่งในการพูดคุยคือ เขาจะได้อะไรบ้างเมื่อร่วมกับเรา และเขาจะสูญเสียอะไรถ้าเขาไม่ได้ร่วม ในลักษณะไม่ใช่การชักจูง เป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องเพิ่มเติม ให้กับเขาทราบ
เห็นภาพแล้วใช่ไหม ว่าการตลาดดึงดูดมีข้อแตกต่างในการที่จะได้คนเข้ามาร่วมแบบสิ้นเชิง ทำให้คุณได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วม นั่นหมายถึงโอกาสคนที่เข้าร่วมสำเร็จสูงมากอาจจะถึง 90% ซึ่งปกติคนทำเครือข่ายทั่วไปสำเร็จแค่ 0.01%
การทำการตลาดดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นมุมมองใหม่ในการทำเครือข่ายในอนาคต!!! เพราะทุกวันนี้คนทำเครือข่ายถูกมองในแง่ลบตลอดเพราะ.......
รูปแบบการตลาดเดิมๆ บางคนเสียเพื่อน เสียแฟน เสียญาติ เสียคนรู้จัก เขากำลังมองหาการตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องรบกวนใคร และง่ายกว่า
นั่นคือโอกาสของคนที่เริ่มการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing ที่จะสำเร็จในอนาคตที่มากกว่า
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!!!
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่http://okmlmonline.thport.com/
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในการอบรม
สามารถให้ข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างไรให้สำเร็จ เขาควรทำงานอย่างไร ระบบเป็นแบบไหนบ้างที่จะเอื้อให้สำเร็จจริงๆ แบบเข้มข้น และเปิดโอกาสให้คนที่เขาต้องการร่วมกับคุณ ได้แสดงว่าเขาต้องการเข้าร่วมกับคุณ
หน้าที่ของคุณคือ การเลือกคนที่คุณต้องการให้ร่วม การคัดเลือกคนเข้าร่วมเครือข่ายกับคุณนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกแฟน นั่นคือคุณจะต้องดูหลายๆ คุณสมบัติ เช่น
- เขาตั้งใจแค่ไหนที่จะเข้าร่วม เพราะบางคนแค่แวะเข้ามาดูเพื่อจะได้รู้อะไรบางอย่างที่คุณทำอยู่ หรือ บางคนอาจจะแค่อยากจะรู้แต่ไม่ต้องการร่วมกับคุณจริงๆ - เขาเข้าใจการตลาดแบบที่คุณทำแค่ไหน
- เขามั่นใจได้อย่างไรว่าระบบทำงานแบบนี้มันจะเอื้อให้สำเร็จ
- ทรรศนคติเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีทักษะตรงตามที่คุณต้องการไหม
- และเรื่องความพร้อมด้านการลงทุน
บริบทของคุณในการคัดคน ไม่ต่างอะไรจากการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในบริษัท นั่นคือคุณต้องชัดเจนกับตัวเองก่อนว่าคุณเป็นคนเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขามาเลือกเรา
ถ้าคิดว่าสิ่งที่คุณกำลังพูดคุยกับเขาเป็นลักษณะการโน้มน้าว หยุดคิดสักนิดเพราะคุณกำลังพยายามง้อคนที่คุณสัมภาษณ์อยู่ พยายามชักจูงอยู่ เมื่อคนเขามองว่าตัวเขาเองสามารถเลือกหรือไม่เลือกเราก็ได้ เขาจะเป็นคนถือไพ่ที่เหนือกว่าทันที
นั่นหมายถึงการล้มเหลวในการสัมภาษณ์อย่างสิ้นเชิง อย่าลืมนะ การสัมภาษณ์คือการคัดคนที่ใช่ เพื่ออนุญาตให้เข้าร่วมกับเราหรือไม่
ถ้าเขาถือไพ่เหนือกว่านั่นคือคุณไม่มีสิทธิ์คัดคนได้เลย สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับท่านที่ทำการตลาดดึงดูด ท่านต้องแฝงการตลาดแบบปฎิเสธคนในนั้นด้วย หมายถึงคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับเข้าร่วม ต้องปฎิเสธทันทีอย่าเสียดาย เพราะการรับคนเหล่านี้เข้ามานั่นคือ การได้คนที่ไม่ใช่ มาร่วมธุรกิจและโอกาสที่จะล้มเหลวสูง
แม้ว่าการทำงานจะง่ายเท่าใดก็ตาม และตัวคุณจะเสียเวลาในการดูแลคนเหล่านี้มากเกินปกติ เมื่อเข้าสู่สถานการณ์การทำงานแบบนี้ มีคนมาขอสัมภาษณ์เพื่อจะเข้าร่วมธุรกิจกับคุณสม่ำเสมอ ตัวคุณเองเพียงแค่คัดเอาคนที่ใช่
ตัวคุณเองจะเข้าสู่การตลาดดึงดูดแบบเต็มตัวแล้ว แต่การที่คุณเองจะทำการตลาดแบบนี้ให้สมบูรณ์แบบ คุณจะต้องมีระบบการทำการตลาดที่เอื้อจริงๆ และคนเขารู้จักคุณเท่านั้นในฐานะคนที่จะพาเขาสำเร็จ และคุณต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ
ถ้าเทียบการตลาดดึงดูดว่าเหมือนคนที่หน้าตาดี อาจจะมีคนมาให้คัดเลือกเป็นแฟนเยอะ แต่ถ้าเขารู้ว่าคุณดีแค่หน้าตาแต่.....นิสัยไม่ได้เรื่อยเลย คงจะคบกันได้ไม่นาน เหมือนในการทำธุรกิจที่คุณต้องเป็นอย่างที่คุยจริงๆ คุณต้องทำอย่างที่พูด และต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานเหมือนที่ได้บอกเขาจริงๆ
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะรับเขาเข้าร่วม คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนคือ
สิ่งที่คนมองหาอย่างหนึ่งในการพูดคุยคือ เขาจะได้อะไรบ้างเมื่อร่วมกับเรา และเขาจะสูญเสียอะไรถ้าเขาไม่ได้ร่วม ในลักษณะไม่ใช่การชักจูง เป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องเพิ่มเติม ให้กับเขาทราบ
เห็นภาพแล้วใช่ไหม ว่าการตลาดดึงดูดมีข้อแตกต่างในการที่จะได้คนเข้ามาร่วมแบบสิ้นเชิง ทำให้คุณได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วม นั่นหมายถึงโอกาสคนที่เข้าร่วมสำเร็จสูงมากอาจจะถึง 90% ซึ่งปกติคนทำเครือข่ายทั่วไปสำเร็จแค่ 0.01%
การทำการตลาดดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นมุมมองใหม่ในการทำเครือข่ายในอนาคต!!! เพราะทุกวันนี้คนทำเครือข่ายถูกมองในแง่ลบตลอดเพราะ.......
รูปแบบการตลาดเดิมๆ บางคนเสียเพื่อน เสียแฟน เสียญาติ เสียคนรู้จัก เขากำลังมองหาการตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องรบกวนใคร และง่ายกว่า
นั่นคือโอกาสของคนที่เริ่มการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing ที่จะสำเร็จในอนาคตที่มากกว่า
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!!!
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่http://okmlmonline.thport.com/
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในการอบรม
20 ตุลาคม, 2552
การตลาดแบบไม่ฝืนธรรมชาติของมนุษย์
คำว่า ธรรมชาติของมนุษย์ คุณจะต้องนึกถึงการที่มนุษย์กระทำหรือตัดสินใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือสภาวะใดสภาวะหนึ่งโดยอัตโนมัติ ที่มาจาก 2 ภาวะอารมณ์ ก็คือ รัก กับ กลัว
* ถ้าความรักคือ ความยินดี ปรารถนาดี ความสำเร็จ การได้มาซึ่งสิ่งปรารถนา ความปิติ ความสุข การช่วยเหลือแบ่งปัน การดึงดูด
* ถ้าความกลัวคือ การป้องกันตัวเอง การผลักไส ความตรึงเครียด ความเศร้าโศก อิจฉาริษยา เห็นแก่ตัว และความเจ็บปวด
ธรรมชาติของมนุษย์จะพยายามเลี่ยงภาวะจากความกลัว ก่อนที่จะเลือกภาวะแห่งความรักเสมอ เช่น มนุษย์เลือกที่จะเลี่ยงความรู้สึกเจ็บปวดก่อน แม้จะมองเห็นว่าถ้าเราทำอย่างนั้นเราจะได้รับความสำเร็จ และความสุข ยกตัวอย่างเช่น คนที่ทำเครือข่ายเลือกที่จะอยู่เฉยๆ แทนที่จะทำงานเพราะไม่อยากโดนปฏิเสธ
แล้วการตลาดแบบเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นอย่างไร?
ธรรมชาติของคน ข้อแรก คนไม่ชอบถูกขาย นี่ไงครับทำไมท่านเสียเพื่อน คนรู้จัก เพราะท่านพยายามที่จะขายอะไรเขาอยู่ไงล่ะ คนเราจะมีระบบป้องกันตัวเองทันที
ธรรมชาติของคน ข้อที่สอง คนชอบซื้อ ถ้าท่านมีเงินสัก 100 ล้าน ผมว่าเมนูที่ท่านจะใช้เงิน 99เปอร์เซ็นต์เป็นการซื้อเช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อที่ดิน ซื้อ อื่นๆ อีกมากมาย
ธรรมชาติของคน ข้อที่สาม คนไม่ชอบง้อคน ถามหน่อยนะครับ ท่านที่ทำเครือข่าย ท่านชอบง้อคนไหม แล้วย้อนมองการตลาดทีท่านพยายามโน้มน้าวคน มาสนใจกับท่าน พยายามสาธิตสินค้า พยายามปิดการขาย รู้ไหมท่านกำลังง้อคน
เห็นภาพไหมครับว่า ท่านกำลังทำการตลาดที่ฝืนธรรมชาติ ทั้งกับคนที่ท่านแนะนำ และตัวของท่านเอง เพราะท่านพยายามขาย โน้มน้าวเต็มที่ แต่คนที่ท่านแนะนำพยายามที่จะออกไปจากบริบทนั้นเพราะไม่อยากถูกขาย
การตลาดที่ไม่ฝืนธรรมชาติ ก็คือการที่ท่านทำการตลาดแบบไม่ง้อใคร และท่านต้องนำเสนอในสิ่งที่เขาต้องการมันอยู่แล้วหรือแก้ปัญหาให้เขาได้ ไม่ใช่มาโน้มน้าวให้เขาเริ่มสนใจ ตัวอย่างหนึ่ง ที่เห็นชัดเจนคือ ถ้าคุณพยายามขายเนื้อสันอย่างดีให้กับคนที่กินเจ แม้เนื้อท่านจะมีคุณภาพเท่าใดก็ไม่มีคนซื้อ คนต้องมีระบบกรองว่าเขากินเนื้อ ถ้าจะให้ดีต้องมีระบบกรองไปอีกว่าเขาชอบทานเนื้อสันคุณภาพดี แล้วคุณก็แค่ทำการตลาดกับคนแบบนี้ไงครับ
การทำการตลาดแบบไม่ฝืนธรรมชาติ สิ่งแรกทีท่านต้องรู้คือกลุ่มเป้าหมายของท่านคือใคร อย่างที่สอง ท่านมีวิธีการหรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของเขาหรือไม่ อย่างที่สาม จะทำอย่างไรในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เมื่อท่านเข้าใจทั้งสามข้อแล้วก็สามารถวางกลยุทธ์ ในการทำเครือข่ายของท่านได้
ทีนี้มองออกแล้วใช่ไหมครับว่าท่านจะทำการตลาดแบบไม่ฝืนธรรมชาติของคนอย่างไรบนพื้นฐานไม่ง้อใคร และไม่มีใครรู้สึกว่าถูกขาย
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!
แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม
ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ
okmlmonline.thport.com
18 ตุลาคม, 2552
การสร้างความสัมพันธ์แบบอัตโนมัติกับระบบ E-mail Marketing
คุณเคยได้ยินคำพูดนี้ไหมครับ " ถ้าธุรกิจเครือข่ายไหนไม่มีระบบติดตามคนอัตโนมัติ E-mail Marketing อย่าคิดไปทำเด็ดขาด”
สาเหตุเพราะ คุณต้องทำงานหนักแน่ๆ คุณจะทำอย่างไรเมื่อเริ่มมีคนให้ความสนใจ คุณจะอาศัยการโทรไปหาเหรอครับ โอ้ว..คุณต้องเป็น มือถือลิซึ่ม หรือ นางทางโทรศัพท์แน่ๆ แถมคนที่โทรหาคุณแน่ใจหรือครับว่าเขาสนใจจริงๆหรือแค่กรอกมาดูเฉยๆ สถิติของการทำเครือข่าย บอกว่า 100 คนที่กรอกมาจะมีแค่ 2-3 คนเท่านั้นที่จริงจัง 97-98 คนเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในข่าย คุณจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการคุย ยิ่งคุณเป็นคนใหม่ ผมบอกเลยว่าร้อยทั้งร้อยที่โทร เจออาการเหวอแน่ๆ จากการปฎิเสธจากรายชื่อเหล่านั้น ที่ปรึกษาบอกว่าไงครับ "ทำต่อไปหาคนที่ใช่” แต่เราเป็นคนมีจิตใจ คงไม่อยากเจอการปฎิเสธมากมายขนาดนั้น หรือบางคนสติแตกไปเลยก็มี
การสร้างความสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเครือข่าย เพราะไม่มีใครซื้อหรือ เข้าร่วมกับเครือข่าย กับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแบบง่ายๆหรอกครับ คุณคิดว่าเขาจะทำธุรกิจกับคุณเมื่อคุยกัน 1-2 ครั้งเหรอครับ สถิติเครือข่ายบอกว่า คนที่เข้าร่วมเครือข่ายส่วนมากจะเข้าร่วมเมื่อถูกติดตามผลอย่างน้อย 7 ครั้ง.....คราวนี้รู้หรือยังว่าทำไมยังล้มเหลวกับระบบเดิมๆ ที่ใช้การติดตามผลทางโทรศัพท์ เพราะคุณมั่นใจไหมว่าจะกล้าโทรหาคนสนใจอย่างน้อย 7 ครั้ง เป็นผมใครโทรมาขนาดนั้น โดยที่ไม่ใช่คนรู้จักมาก่อนผมก็คงบอกว่า "คุณมีธุระอะไรนักหนากับผมครับ"
การติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ
* ไม่ต้องเหนื่อยคุยกับคนเยอะ ใช้ระบบอีเมล์ติดตามให้แทนครับ
* กรองคนมาให้คุยเฉพาะคนที่เขาสนใจเท่านั้น ระบบนี้จะทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยกับคนที่ไม่สนใจ
* ทำให้คนที่ไม่สนใจในตอนแรกกลับมาสนใจธุรกิจเรา ไอเดียของที่ปรึกษาคุณที่บอกว่า คนทุกคนที่คุณเจอตามท้องถนนคือทีมงานในอนาคต เป็นลูกค้าในอนาคต ให้คุยกับทุกคนบนท้องถนน เป็นไอเดียเดียวกันกับเรานะครับ แต่ที่ปรึกษาคุณ ใช้วิธีที่ไม่เวิร์คในการทำให้คนสนใจ แต่อีเมล์ที่เราส่งไปจะค่อยๆโน้มเขามาศึกษาสิ่งที่เรานำเสนอมากขึ้น
* เป็นการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของคุณอีกทางหนึ่ง ทำให้คนรู้จักคุณในฐานะ มืออาชีพ คุณจะเริ่มสร้างกรอบความศรัทธาให้กับเขาอีกทาง
"ผมจะเริ่มส่งเมล์หาคนสนใจเลย จะเลิกโทรแล้วละ" หยุด!!!!....คุณต้องดูเงื่อนไขนี้
* คุณกำลังจะ Spam เมล์หรือเปล่า ระบบที่ผมบอกต้องเป็นระบบที่ถูกกฎหมาย คนที่รับเมล์ยืนยันที่จะรับข้อมูลข่าวสารจากท่านถึงจะส่งให้เขาได้ และเขาสามารถยกเลิกการรับได้ถ้าไม่พอใจที่จะรับเมล์ของเราต่อ ถ้าท่านจะหารายชื่อเมล์แล้วมาส่งโดยใช้เมล์ท่าน หรือ โปรแกรมส่งเมล์ ท่านกำลังเดินหาตาราง(เพราะผิดกฎหมายครับ)
* ความเป็นมืออาชีพของเนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญ ข้อความท่านกำลังดึงดูดคนหรือ กำลังไล่คนหนี...พิจารณาหรือยัง มั่นใจอย่างไรสิ่งที่ท่านกำลังเขียนมันเวิร์ค
* เชื่อเถอะ ไม่มีใครอยากเป็นคนถูกขาย ท่านกำลังส่งสารไปขายของหรือขายธุรกิจอย่างเดียวหรือเปล่าครับ ถ้าท่านไม่ให้คุณค่าอะไรกับเขา แน่ใจว่าเขาจะกลับมาสนใจสิ่งที่ท่านทำ
* ท่านส่งเมล์คุยกับเขาหรือเปล่า เช่นจะส่งเมล์หาคุณจริยา เมล์ท่านจะส่งหาว่า "สวัสดีครับคุณจริยา” หรือ "สวัสดีครับท่านผู้สนใจ' เพราะคุณกำลังหว่านแหอยู่ใช่ไหม คำพูดที่หวานหูคนที่สุดคือ ชื่อของเขาเอง เมล์ท่านต้องโฟกัสกับเขาเท่านั้น
* คุณกำลังส่งเมล์เป็นกลุ่มใหญ่ จะไหวเหรอถ้าไม่มีระบบออโต วันนี้ขี้เกียจไม่ส่งล่ะ คอมเสีย ไฟดับ ทะเลอะกับแฟน และอื่นๆ อีกมากมาย
คราวหน้าผมยังมีเรื่องราวดีๆมาบอกทุกท่านอีกนะครับ อยากให้ท่านสนใจเข้ามาดูเอง แล้วเจอกันครับ
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ
แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม
ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ
http://okmlmonline.thport.com/
สาเหตุเพราะ คุณต้องทำงานหนักแน่ๆ คุณจะทำอย่างไรเมื่อเริ่มมีคนให้ความสนใจ คุณจะอาศัยการโทรไปหาเหรอครับ โอ้ว..คุณต้องเป็น มือถือลิซึ่ม หรือ นางทางโทรศัพท์แน่ๆ แถมคนที่โทรหาคุณแน่ใจหรือครับว่าเขาสนใจจริงๆหรือแค่กรอกมาดูเฉยๆ สถิติของการทำเครือข่าย บอกว่า 100 คนที่กรอกมาจะมีแค่ 2-3 คนเท่านั้นที่จริงจัง 97-98 คนเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในข่าย คุณจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการคุย ยิ่งคุณเป็นคนใหม่ ผมบอกเลยว่าร้อยทั้งร้อยที่โทร เจออาการเหวอแน่ๆ จากการปฎิเสธจากรายชื่อเหล่านั้น ที่ปรึกษาบอกว่าไงครับ "ทำต่อไปหาคนที่ใช่” แต่เราเป็นคนมีจิตใจ คงไม่อยากเจอการปฎิเสธมากมายขนาดนั้น หรือบางคนสติแตกไปเลยก็มี
การสร้างความสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเครือข่าย เพราะไม่มีใครซื้อหรือ เข้าร่วมกับเครือข่าย กับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแบบง่ายๆหรอกครับ คุณคิดว่าเขาจะทำธุรกิจกับคุณเมื่อคุยกัน 1-2 ครั้งเหรอครับ สถิติเครือข่ายบอกว่า คนที่เข้าร่วมเครือข่ายส่วนมากจะเข้าร่วมเมื่อถูกติดตามผลอย่างน้อย 7 ครั้ง.....คราวนี้รู้หรือยังว่าทำไมยังล้มเหลวกับระบบเดิมๆ ที่ใช้การติดตามผลทางโทรศัพท์ เพราะคุณมั่นใจไหมว่าจะกล้าโทรหาคนสนใจอย่างน้อย 7 ครั้ง เป็นผมใครโทรมาขนาดนั้น โดยที่ไม่ใช่คนรู้จักมาก่อนผมก็คงบอกว่า "คุณมีธุระอะไรนักหนากับผมครับ"
การติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ
* ไม่ต้องเหนื่อยคุยกับคนเยอะ ใช้ระบบอีเมล์ติดตามให้แทนครับ
* กรองคนมาให้คุยเฉพาะคนที่เขาสนใจเท่านั้น ระบบนี้จะทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยกับคนที่ไม่สนใจ
* ทำให้คนที่ไม่สนใจในตอนแรกกลับมาสนใจธุรกิจเรา ไอเดียของที่ปรึกษาคุณที่บอกว่า คนทุกคนที่คุณเจอตามท้องถนนคือทีมงานในอนาคต เป็นลูกค้าในอนาคต ให้คุยกับทุกคนบนท้องถนน เป็นไอเดียเดียวกันกับเรานะครับ แต่ที่ปรึกษาคุณ ใช้วิธีที่ไม่เวิร์คในการทำให้คนสนใจ แต่อีเมล์ที่เราส่งไปจะค่อยๆโน้มเขามาศึกษาสิ่งที่เรานำเสนอมากขึ้น
* เป็นการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของคุณอีกทางหนึ่ง ทำให้คนรู้จักคุณในฐานะ มืออาชีพ คุณจะเริ่มสร้างกรอบความศรัทธาให้กับเขาอีกทาง
"ผมจะเริ่มส่งเมล์หาคนสนใจเลย จะเลิกโทรแล้วละ" หยุด!!!!....คุณต้องดูเงื่อนไขนี้
* คุณกำลังจะ Spam เมล์หรือเปล่า ระบบที่ผมบอกต้องเป็นระบบที่ถูกกฎหมาย คนที่รับเมล์ยืนยันที่จะรับข้อมูลข่าวสารจากท่านถึงจะส่งให้เขาได้ และเขาสามารถยกเลิกการรับได้ถ้าไม่พอใจที่จะรับเมล์ของเราต่อ ถ้าท่านจะหารายชื่อเมล์แล้วมาส่งโดยใช้เมล์ท่าน หรือ โปรแกรมส่งเมล์ ท่านกำลังเดินหาตาราง(เพราะผิดกฎหมายครับ)
* ความเป็นมืออาชีพของเนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญ ข้อความท่านกำลังดึงดูดคนหรือ กำลังไล่คนหนี...พิจารณาหรือยัง มั่นใจอย่างไรสิ่งที่ท่านกำลังเขียนมันเวิร์ค
* เชื่อเถอะ ไม่มีใครอยากเป็นคนถูกขาย ท่านกำลังส่งสารไปขายของหรือขายธุรกิจอย่างเดียวหรือเปล่าครับ ถ้าท่านไม่ให้คุณค่าอะไรกับเขา แน่ใจว่าเขาจะกลับมาสนใจสิ่งที่ท่านทำ
* ท่านส่งเมล์คุยกับเขาหรือเปล่า เช่นจะส่งเมล์หาคุณจริยา เมล์ท่านจะส่งหาว่า "สวัสดีครับคุณจริยา” หรือ "สวัสดีครับท่านผู้สนใจ' เพราะคุณกำลังหว่านแหอยู่ใช่ไหม คำพูดที่หวานหูคนที่สุดคือ ชื่อของเขาเอง เมล์ท่านต้องโฟกัสกับเขาเท่านั้น
* คุณกำลังส่งเมล์เป็นกลุ่มใหญ่ จะไหวเหรอถ้าไม่มีระบบออโต วันนี้ขี้เกียจไม่ส่งล่ะ คอมเสีย ไฟดับ ทะเลอะกับแฟน และอื่นๆ อีกมากมาย
คราวหน้าผมยังมีเรื่องราวดีๆมาบอกทุกท่านอีกนะครับ อยากให้ท่านสนใจเข้ามาดูเอง แล้วเจอกันครับ
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ
แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม
ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ
http://okmlmonline.thport.com/
17 ตุลาคม, 2552
เราเริ่มสร้างรายซื่อผู้มุ่งหวังของเราที่สนใจ อย่างไรดี
วันนี้เราจะมาเรียนรู้การสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวังที่สนใจว่าปัจจุบันมีแบบไหนบ้าง
1.การโฆษณาตามเวป เป็นสิ่งที่หลายคนทำกัน หลายธุรกิจใช้แบบนี้ รายชื่อที่เข้ามาจะได้น้อยได้มาก หรือมีคุณภาพเท่าไหร่ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่นความดังของเวป ที่ลงโฆษณาที่ส่งผลต่อจำนวนคนเข้า ข้อความที่เราใช้ แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ โฆษณาแบบนี้เป็นขยะของเวปในปัจจุบันนี้ เพราะมีแต่คนโฆษณารายได้ โอกาสที่ดีที่สุด เด็กน้อยก็ทำได้ คนส่วนใหญ่ระอากับโฆษณาแบบนี้ เพราะคลิกไปที่ไหนก็เจอ
2.การส่งเมล์หาคนที่สนใจโดยใช้โปรแกรมส่ง เป็นการส่งเมล์ที่ผิดกฎหมายนะครับ ระวังให้ดีครับสำหรับคนที่ทำแบบนี้ ไม่ว่าท่านจะส่งเข้า inbox หรือ spam mail ถ้าไม่มีการยินยอมจากเจ้าของอีเมล์ถือว่าท่าน spam ทั้งหมด ส่วนใหญ่การส่งเมล์จะได้ผลตอบรับ 0.1-0.2 เปอร์เซ็นต์
3.การโพสต์กระทู้ เป็นอีกวิธีในการสร้างลิสต์รายชื่อ คล้ายกับการโฆษณาตามเวป แต่ท่านไม่ต้องเสียเงิน โดยท่านเสียเวลาในการโพสต์ และคุณภาพอาจจะไม่ดีเท่าการโฆษณาตามเวป
4.การใช้ Google Adwords, Yahoo เป็นอีกทางเลือกทีคุ้มค่า เพราะท่านจะได้คนสนใจที่มาค้นหาคำเฉพาะที่ท่านลงไว้ ซึ่งเขามีพื้นฐานความต้องการเป็นทุนอยู่แล้ว แต่ท่านต้องมีความรู้ในการ ตั้งค่าโฆษณา ข้อความที่ใช้ที่ดึงดูด เพราะถ้าท่านลงโดยไม่มีความรู้โอกาสเสียเงินมหาศาลแบบไม่เกิดผลลัพธ์สูงมาก
5.การปั่นเวปไซด์เราให้ติดท็อปกับทาง Search Engine เมื่อคนทำการค้นหา เวปเราก็จะโชว์เหมือนกับการที่เราโฆษณากับ Google Adwords เพียงแต่ว่ารายชื่อที่เราได้มาไม่ต้องเสียเงินและถ้าเราติดอันดับแรกๆของการค้นแล้วโอกาสที่คนจะหลั่งไหลเข้าเวปเราสูงมาก
6. การโฆษณากับคนที่อยู่ในห้องประชุมออนไลน์สาธารณะ เช่น Camfrog, MSN, Skype เป็นอีกวิธีในการโปรโมตธุรกิจท่านกับคนที่สนใจ โดยเฉพาะห้อง Camfrog ที่มีอัตราคนเล่นค่อนข้างสูง
7.การทำโฆษณากับทาง Youtube ที่คนจำนวนมากไปดูวีดีโอกันแต่ไม่มีคนสนใจทำการตลาดกับ Youtube มากเท่าที่ควร ท่านอาจจะสร้างวีดีโอแล้วอัปโหลดขึ้นไปเป็นอีกทาง
8.การโปรโมตความเป็นมืออาชีพใน Social network เป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ท่านต้องใช้เวลา เพราะถ้าท่านพยายามโฆษณากับคนอื่นๆ คนส่วนใหญ่จะเริ่มลบท่านจากความเป็นเพื่อนทันที แนะนำให้ทำการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของคุณ ที่จะแก้ปัญหาให้เขาแทน ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่จะคุยแค่ธุรกิจอย่างเดียว ต้องมีเรื่องอื่นๆบ้าง แต่การทำแบบนี้ต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนที่คนจะเชื่อถือในต้วท่าน
สำหรับคนที่เริ่มทำเครือข่าย จะใช้วิธีไหนก็ได้ตามเหมาะสมกับตัวท่านเอง ระบบ Attraction Marketing จะต้องเริ่มทำงานเมื่อมีคนเริ่มเข้ามาในระบบท่าน ท่านต้องมีระบบการติดตามไว้รอในมือ แต่สำหรับคนที่ใช้วิธีข้อ 8 ท่านได้เริ่มสร้างระบบ Attraction Marketing ตั้งแต่การสร้างรายชื่อแล้ว
rahas saengpong
รหัส แสงผ่อง
นักธุรกิจออนไลน์
08-9932-8899
E-mail: r.saengpong@gmail.com
tambon.surasak,amphoe.sriracha,province.chonburi Thailand
<<...........advertising...........>>
มนต์เสน่ห์ของธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ค้าออนไลน์นอกตำรา
-ไม่ต้องโทรหาใคร,ไม่ต้องหารายชื่อใครเพราะเขาจะโทรมาเอง
-ได้สอนวิธีการทำการตลาดแบบมืออาชีพ ที่บ้านของคุณ
-ได้มีวิธีช่วยให้คุณสมัครคนได้ 10-20คนต่อเดือน
-ได้เรียนออนไลน์การค้านอกตำรา
-ได้รับบทเรียนฟรี...7วัน ทางอีเมล์ ที่นี่ครับ
http://okmlmonline.thport.com/
ศึกษาการตลาดแบบดึงดูด มีเสน่ห์อย่างไร ได้ที่นี่
http://okbusinessathome.blogspot.com/
14 ตุลาคม, 2552
โลกออนไลน์กับการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และสำหรับผู้สนใจเรียนรู้
โลกออนไลน์ แนวคิดเกี่ยวกับการนำระบบ (E-Commerce)มาประยุกใช้ในการทำธุรกิจของเราให้ประสบความสำเร็จความรู้พื้นฐานการใช้อินเทอร์เน็ต การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การใช้คอมพิวเตอร์ของปนะชาชนของไทยเรานั้นเริ่มพัฒนาและดีขึ้นเรื่อยๆมีการสอนและอมรมพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นๆ
เพื่อนำไปปฎิบัติได้จริง ทำให้ผู้ทำธุรกิจให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีนี้มากขึ้น จึงมีผู้สนใจทำธุรกิจในโลกออนไลน์มากขึ้น แต่ทุกท่านครับ ก่อนที่จะกระโดดเข้ามาทำ ท่านควรหยุดคิดสักนิดก่อนว่า เราจะเตรียมตัวให้พร้อมเช่นไร เพราะพื้นฐานของคนเราไม่ชอบเทคโนโลยีเท่าไรนัก
ร้านบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการซื้อของโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เรามีเวลาเป็นส่วนตัวมากขึ้น เราสามารถเข้าไปชมเว็บไซต์เพื่อดูรายละเอียดของสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เราในปัจจุบันเราต้องถามตัวเราเองว่าเรารู้จักเว็บไซต์ต่างๆได้อย่างไร
เราคิดว่าอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างไรต่อเรา และเราจะใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบใด เพื่อก่อให้เกิดรายได้ อินเทอร์เน็ต ก็เหมือนอีกโลกหนึ่ง คนจำนวนมากมายทำการติดต่อสื่อสาร ค้าขาย ติดต่อเกิดโอกาสทางธุรกิจขึ้นทุกๆวัน แต่ทุกท่านครับ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นมันนะครับ
การค้าบนโลกออนไลน์ ก็คือการจับคู่ระหว่าง "สินค้า" กับ "ลูกค้า" เท่านั้นเอง ถ้าทุกท่านมองช่องท่างตรงนี้ออก ก็มีรายได้ไม่ยาก
ปัจจุบันมี"เว็บไซต์"สำเร็จรูปมากมายขึ้นมา โดยผู้ใช้งานเพียงกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มที่ระบบกำหนด โปรแกรมจะแปลงรูปแบบเป็นเว็บไซต์และมีหน้าร้าน(เท็มเพลต)สวยงามมีให้เลือกมากมาย โดยผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์ เพียงกดใช้งานให้กดปุ่มเท่านั้นก็พอ
ที่สำคัญ "เว็บไซต์" ได้ทำลายอูปสรรคต่างๆที่เราจะต้องออกไปหาร้านค้า ไปห้างสรรพสินค้า เสียสิ้น เพราะว่าเรามีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เราทุกคนบนโลกใบนี้ ก็สามารถเข้าถึงร้านค้าของท่านได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน นักธุรกิจหลายๆคน เริ่มต้นธุรกิจมูลค่าร้อยล้านที่บ้าน จากห้องนอน หรือโรงรถ
แต่ทุกท่านจะต้องบอกกับตนเองว่า "เทคโนโลยี"ไม่ได้มี "ทางออก"ไว้สำหรับทุกปัญหา
การค้าผ่านเว็บไซต์จึงเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะเมื่อมีคนเขาไปดูและเลือกสินค้าแล้ว ผู้ซื้อสามารถใช้บริการบัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ไปโอนเงินให้ผู้ขาย นอกจากนั้น สินค้าประเภท "ซอฟต์แวร์" ก็อาศัยอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อส่งกลับไปให้ผู้ซื้อได้ทันทีทันใด
ร้านบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการซื้อของโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เรามีเวลาเป็นส่วนตัวมากขึ้น เราสามารถเข้าไปชมเว็บไซต์เพื่อดูรายละเอียดของสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เราในปัจจุบันเราต้องถามตัวเราเองว่าเรารู้จักเว็บไซต์ต่างๆได้อย่างไร
เราคิดว่าอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างไรต่อเรา และเราจะใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบใด เพื่อก่อให้เกิดรายได้ อินเทอร์เน็ต ก็เหมือนอีกโลกหนึ่ง คนจำนวนมากมายทำการติดต่อสื่อสาร ค้าขาย ติดต่อเกิดโอกาสทางธุรกิจขึ้นทุกๆวัน แต่ทุกท่านครับ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นมันนะครับ
การค้าบนโลกออนไลน์ ก็คือการจับคู่ระหว่าง "สินค้า" กับ "ลูกค้า" เท่านั้นเอง ถ้าทุกท่านมองช่องท่างตรงนี้ออก ก็มีรายได้ไม่ยาก
ปัจจุบันมี"เว็บไซต์"สำเร็จรูปมากมายขึ้นมา โดยผู้ใช้งานเพียงกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มที่ระบบกำหนด โปรแกรมจะแปลงรูปแบบเป็นเว็บไซต์และมีหน้าร้าน(เท็มเพลต)สวยงามมีให้เลือกมากมาย โดยผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์ เพียงกดใช้งานให้กดปุ่มเท่านั้นก็พอ
ที่สำคัญ "เว็บไซต์" ได้ทำลายอูปสรรคต่างๆที่เราจะต้องออกไปหาร้านค้า ไปห้างสรรพสินค้า เสียสิ้น เพราะว่าเรามีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เราทุกคนบนโลกใบนี้ ก็สามารถเข้าถึงร้านค้าของท่านได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน นักธุรกิจหลายๆคน เริ่มต้นธุรกิจมูลค่าร้อยล้านที่บ้าน จากห้องนอน หรือโรงรถ
แต่ทุกท่านจะต้องบอกกับตนเองว่า "เทคโนโลยี"ไม่ได้มี "ทางออก"ไว้สำหรับทุกปัญหา
การค้าผ่านเว็บไซต์จึงเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะเมื่อมีคนเขาไปดูและเลือกสินค้าแล้ว ผู้ซื้อสามารถใช้บริการบัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ไปโอนเงินให้ผู้ขาย นอกจากนั้น สินค้าประเภท "ซอฟต์แวร์" ก็อาศัยอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อส่งกลับไปให้ผู้ซื้อได้ทันทีทันใด
แต่หากท่านใดไม่มีความรู้การทำเวป หรือทำระบบ และต้องการอบรมเพิ่มเติมติดต่อมาได้ที่นี่เลยครับ
แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติมมาที่นี่นักธุรกิจออนไลน์
r.saengpong@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ต
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





















