08 พฤศจิกายน, 2552

การตลาดเครือข่ายแบบ Attraction Marketing ที่ไม่แคร์ ชื่อบริษัทฯ


บางคนอ่านหัวข้อนี้แล้วอาจจะแย้งว่า      ถ้าไม่แคร์บริษัทแล้วจะทำการตลาดไปได้ยังไง แล้วยังงี้มันจะสำเร็จไหม มาดูกันนะ เอาง่ายๆ เลยนะ


ถ้าได้อ่านบทความมาตั้งแต่บทความต่างๆ ที่แล้วมา จะเห็นเลยว่า การตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของเราให้คนที่สนใจธุรกิจเห็น และเขาจะเข้าร่วมเมื่อเห็นว่าเราพาเขาสำเร็จแน่ๆ เห็นไหมว่าเขาไม่ได้เลือกที่บริษัท แต่เขาเลือกที่ตัวเราต่างหาก




มองดูการทำเครือข่ายทุกวันนี้สิ  พยายามโปรโมตบริษัทอย่างเดียว คนก็จะรู้จักแต่ชื่อบริษัท ใครได้ผลประโยชน์ละ  ก็..บริษัทไงล่ะได้รับการกล่าวขาน ถามหน่อยมีกี่คนที่ยังไม่เคยทำบริษัทนั้นๆ รู้จักคนมีรายได้หลักล้านในบริษัทนั้นแล้ว หายากมาก บางคนทำเครือข่ายบริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักยังไม่รู้จักชื่อที่ร่ำรวยกับบริษัทนั้นเลย ยิ่งคนที่มีรายได้ 6 หลักลงมาแทบบอกได้เลยว่า ไม่รู้จัก มันคือความล้มเหลวของการทำเครือข่ายอย่างสิ้นเชิง เพราะอะไรค่อยมาดูกัน



ฟังนะ  ถ้าคุณไม่เข้าใจ เราอยากให้ลองมองบริษัทเครือข่ายหรือบริษัทโดยทั่วไป ถ้าเขามีกำไรเขาก็ทำธุรกิจต่อไปได้ แต่ถ้าอยู่มาวันหนึ่งเกิดขาดทุน หรือเจอมรสุมทางธุรกิจอะไรก็ตาม และเจ้าของมองเห็นว่า การเดินต่อมีแต่เสียกับเสีย มันมีโอกาสที่จะปิดตัวไหมละ ขนาดบริษัทรถยักษ์ใหญ่ในอเมริกายังเข้าสู่ขั้นตอนการล้มละลายมาแล้วนะ  ประสาอะไรกับบริษัทเครือข่าย






แล้วเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเครือข่ายที่กำลังจะล้ม อาจจะไม่ใช่เพราะผู้จำหน่าย แต่อาจจะมาหลายปัจจัย เช่นการฟ้องร้อง การดำเนินนโยบายผิดพลาดขาดทุนมหาศาล ภาวะการตลาดฝืดเคือง ภัยพิบัติที่เกิดกับบริษัท หมายความว่าอย่างไร ถ้าคุณไม่ได้แบรนด์ตัวเองเพียงพอ ไม่มีรายชื่อคนสนใจเพียงพอ คุณไม่ได้เป็นผู้นำเพียงพอ หมายถึงการต้องเริ่มต้นใหม่ สร้างรากฐานใหม่ที่อีกนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นคนทำเครือข่ายที่รายได้สูงๆ เขาจะไม่เป็นอันกินอันนอนกันทีเดียว ถ้าบริษัทร่อแร่ เพราะมันหมายถึงเขาต้องหมดความสะดวกสบาย รายได้มหาศาลที่ลดลง และต้องไปเริ่มสร้างองค์กรใหม่อาจจะมีคนติดตามบ้างแต่ก็ไม่ได้มากเฉพาะคนที่คุณดึงดูดเขาได้เท่านั้น และทุกบริษัทมันก็มีโอกาสไม่ว่า คุณจะบอกว่าบริษัทคุณมั่นคงแค่ไหนก็ตาม และผลกระทบมันก็จะรุนแรงกับคนที่มีความเป็นผู้นำน้อยกว่า หรือคนมั่นใจในตัวเขาที่น้อยกว่า




สำหรับการตลาดดึงดูด Attraction Marketing ทุกคนเข้าร่วมกับคุณเพราะความมั่นใจในตัวคุณ และมีระบบสนับสนุกการทำงานที่ง่าย อย่าลืมแม้บริษัทมันจะล้มไป แต่คนเขาเห็นคุณ เห็นระบบสนับสนุนของคุณ รู้ว่าคุณคือคนที่เขาต้องการ ทำไมเขาจะไม่ไปร่วมด้วย และคุณมีคนในระบบที่สนใจธุรกิจที่คุณจะโปรโมตอะไรไปก็ได้อีก นั่นหมายถึงคุณก็สามารถเอาคืนได้กับเครือข่ายที่ล้ม ในระยะเวลารวดเร็วกว่าแต่อย่างไรก็ตามการได้เลือกบริษัทที่ดี และมั่นคงกว่าก็น่าจะเป็นอะไรที่มั่นคงกว่า แต่อย่าลืม พิจารณาโอกาสสำเร็จด้วยนะ





****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ r.saengpong@gmail.com  ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ต


****ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่http://okmlmonline.thport.com/

04 พฤศจิกายน, 2552

แนะนำการเลือกธุรกิจเครือข่ายอย่างไร ให้ยั่งยืนและมั่นคง


หลายคนเริ่มเข้าใจการตลาดแบบดึงดูดพอสมควรแล้วนะ




ขอแนะนำวิธีในการเลือกเครือข่ายให้ร่ำรวยกันบ้าง หรืออย่างแย่สุด เลือกเครือข่ายยังไงให้สำเร็จได้บ้าง......ไม่ใช่มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเหมือนที่เคยเป็นกัน



(คนสำเร็จกับเครือข่ายหมายถึงคนที่มีรายได้อย่างน้อย 5 แสนบาทต่อเดือน)



ถ้าจะเลือกทำธุรกิจเครือข่ายเราต้องมองว่าอะไรมาก่อนมาหลัง บางคนทำเครือข่ายมาเป็นสิบๆปียังเลือกเครือข่ายไม่เป็น ก็ยังล้มเหลวอยู่เหมือนเดิม.....นั่นละไม่สำเร็จสักที หรือบางคนสำเร็จระดับสูงมาก สุดท้ายก็ต้องมานับศูนย์ใหม่ในไม่กี่ปีเพราะบริษัทและสายงานล้มไป ก็ยังไม่เข้าใจการเลือกเครือข่ายอยู่ดี



ถ้ายังไม่เข้าใจคุณอาจจะหมุนวนมานับศูนย์เรื่อยๆ หรือคุณอาจจะล้มเหลวตลอดไป!!! หลักการสำหรับเลือกเครือข่าย

1. เลือกที่วิธีทำธุรกิจ วิธีทำการตลาดก่อนเลยนะ (สำคัญที่สุดสำหรับการทำเครือข่ายเลยก็ว่าได้)

2. เมื่อเห็นวิธีทำธุรกิจแล้ว ถ้าอยากมั่งคั่งต้อง

- มองโอกาสเติบโต

- แผนการตลาดเอื้อแค่ไหน

- มองที่ผลิตภัณฑ์

- มองที่ความมั่นคง



เราจะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นนะ



ข้อที่ 1 เลือกที่วิธีทำธุรกิจหรือวิธีทำการตลาด สำคัญมากที่สุด

หลายคนที่ทำเครือข่ายติดหลุมพลางการล่อหลอกด้วยคนที่มีรายได้จำนวนมหาศาล มายืนเรียงกัน ใช้บรรยากาศของห้องกระตุ้นเร้า ใช้การชักแม่น้ำทั้ง5 ทำให้คล้อยตามและจิตนาการที่ฝันเฟื่องไปกันใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อออกจากห้องประชุม ก็ตัดสินใจสมัครและเริ่มสต๊อกสินค้า....แล้วก็ถูกลอยแพทันที ไม่มีคนสอนงาน ไม่มีคนพาทำงาน สินค้าก็ขายไม่ได้ แนะนำใครก็ไม่สนใจ บางทีพาทำงานบ้างแต่ก็เป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เช่น สิ่งที่เขาสอนลิสต์รายชื่อคน 100 คนเพื่อโทรไปแนะนำสินค้า




หรือไปแนะนำธุรกิจ พร้อมกับคำขู่ว่า " ถ้าไม่รีบโทรหาคนรู้จัก อาจจะมีคนรู้จักไปทำกับคนอื่น หรือซื้อสินค้ากับคนอื่นนะ"



**ดังนั้นการเลือกวิธีทำการตลาดเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด**



สิ่งที่คุณต้องดูก่อนเป็นอย่างแรกคือ เครือข่ายที่คุณจะทำเป็นเครือข่าย เซลล์แมนหรือเครือข่ายผู้บริโภค



เครือข่ายเซลล์แมน

คือ เครือข่ายที่ต้องมีการขายสินค้าเป็นหลักและใช้การขยายธุรกิจออกไป ข้อดีคืออาจจะมีรายได้จากการขายของ ข้อเสียคือ การจะได้รายได้ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทต้องมียอดสูงกว่า แต่สำหรับ.....



เครือข่ายผู้บริโภค

เน้นการขยายเครือข่ายผู้ใช้สินค้าอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องขายของ ข้อดีคือถ้าต้องการรายได้ตามเกณฑ์การรักษายอดไม่สูงมาก และถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการก็อาจจะนำไปขายได้เหมือนกัน ถามตัวเองก่อนว่าคุณชอบเครือข่ายประเภทไหน หลังจากนั้นเมื่อเข้าใจประเภทเครือข่ายแล้ว ดูต่อไปว่า.......



คนที่มาแนะนำคุณเขาทำการตลาดอย่างไร ไม่ต้องสนใจสิ่งสวยหรูที่เขามาแนะนำ แม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากเขาก็เหมือนกัน คุณต้องการทำแบบเขาคนนั้นไหม เพราะถ้าคุณมัวแต่หลงกับแผนการจ่ายรายได้ จ่ายเงินเยอะที่สุดในจักรวาล แจกโน่นแจกนี่มากที่สุด มีคนหลักล้านมากที่สุด บริษัทยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ขายตัวเองได้ ....... แต่ถ้าคุณสมัครใครร่วมเครือข่ายไม่ได้เลย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยใช่ไหม  หรือคุณขายของไม่ออกสักชิ้น และกินเองจนหมด คุณจะไม่เจ๊งหรือ  เพราะถ้าคุณไม่ชอบวิธีทำการตลาดแบบนั้น สุดท้ายคุณก็จะแพ้ความอยากสบายของตัวเอง ไม่เอาแล้ววันนี้ขอนอนดีกว่า ดูทีวีดีกว่า เพราะคุณกำลังทำการตลาดแบบฝืนธรรมชาติของตัวเอง ซึ่งเราได้อธิบายในบทเรียนเรียนที่แล้ว



ข้อ 2 เมื่อเข้าใจวิธีทำการตลาดแล้วขอย้ำนะ ต้องเข้าใจวิธีทำการตลาดก่อนว่าเราต้องการจริงๆ เท่านั้น ในส่วนของการทำการตลาดแบบนี้ หลังจากนั้นต้องเข้าใจ กราฟช่วงชีวิตของธุรกิจเครือข่าย ถ้าคุณไม่เข้าใจกราฟนี้อย่าคิดทำเครือข่ายเด็ดขาด ข่าวร้ายสำหรับบ้านเราคือ 99.99% ของนักธุรกิจเครือข่ายไม่เข้าใจกราฟนี้หรือเข้าใจก็เข้าใจไม่ละเอียด เราจะอธิบายให้ฟัง ก่อนอื่นคุณต้องล้างความเข้าใจเก่าคุณทิ้งก่อนนะ



* กราฟบอกอะไรเรา เมื่อเริ่มธุรกิจมีคนร่วมยังไม่มาก การเติบโตยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้เวลาในการวอร์มตัวและสร้างผู้นำในธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อผ่านจุดที่ 1 ปรากฎว่ามีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมและคนก็หลั่งไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ 80% ของคนทำธุรกิจจะเข้าร่วมช่วงนี้ เมื่อผ่านจุดที่ 2 ธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักจะหันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็เจอคนที่เขาทำหมดแล้ว หรือว่ารู้จักหมดแล้ว ช่วงนี้จะเป็นการรักษาระดับของธุรกิจ



* คุณรู้ไหมว่า เรากำลังจะสื่ออะไรสังเกตไหมว่าคนที่มีรายได้ 7 หลักเขาเริ่มธุรกิจเครือข่ายกันตอนไหน แทบจะทั้งหมดก็ตอนบริษัทเปิดตัวนั่นละ  หมายความว่า ถ้าคุณต้องการรายได้มหาศาลคุณต้องเริ่มก่อนที่ธุรกิจจะถึงจุดที่ 1 ในกราฟ แล้วถ้าคุณไปเริ่มช่วงที่คน 80 % คนเข้ามาละ หมายถึงคุณอาจจะมีรายได้บ้างหรือเสียบ้างอยู่ที่ความสามารถและความขยัน รวมถึงเครื่องมือหรือระบบทำการตลาดที่มาช่วย ช่วงนี้มีการแข่งกันกันเองในเครือข่ายสูงมาก แต่การที่มั่งคั่งมีรายได้ 7 หลักยากมาก คุณต้องมีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าชาวบ้านมากๆ สำหรับคนที่เริ่มผ่านจุดที่ 2 ไปแล้ว เมื่อผ่านจุดนี้ไปการทำธุรกิจสำหรับคนใหม่จะยากมากนะ ส่วนมากจะเข้ามาเป็นผู้บริโภค ไม่ค่อยมีรายได้กันเท่าไหร่ บางคนก็มีรายได้บ้างถ้ามีความพยายามมากกว่า แต่โอกาสที่จะร่ำรวยแทบจะไม่มีเลย คุณต้องเป็นยอดมนุษย์จริงๆ หรือคุณต้องสามารถสวนกระแสในความซบเซาได้




* สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือทุกบริษัทเครือข่าย ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และไม่มีใครบอกว่าบริษัทตัวเองแย่หรอก ถ้าจะชวนคนเข้าร่วม



ไฮไลท์ตอนนี้ก็คือ คุณต้องรู้ให้ได้นะว่า ธุรกิจที่คุณจะเลือกกราฟธุรกิจอยู่ในช่วงไหน ถ้าคุณอยากมีรายได้มหาศาลแบบเร็วกว่า เพราะการเลือกผิดจุดนั่นคือโอกาสที่เหลือของคุณ บริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักจำนวนมากที่เขาพยายามนำเสนอ บริษัทที่เปิดมาตั้งนานในบ้านเรา มันกำลังบอกอะไรกับคุณเกี่ยวกับโอกาสร่ำรวยที่น้อยลง อาจจะไม่ใช่เวลาของคุณ น่าจะพอเข้าใจนะคะ และที่สำคัญคุณต้องมองไปที่บริษัทด้วยว่า มั่นคงแค่ไหน แผนการจ่ายเงิน และที่สำคัญคือ "ผลิตภัณฑ์ "



*** ถามตัวเองก่อนนะว่า ผลิตภัณฑ์แบบนี้ ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาท คุณจะซื้อใช้ ซื้อกินมั๊ย ถ้าคำตอบคือไม่ คนอื่นเขาก็คงไม่ต่างจากคุณ นั่นหมายถึงธุรกิจเมื่อถึงจุดอิ่มตัว หันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็มีคนทำแล้ว รับสมัครคนยากขึ้นหรือขายของยากขึ้น ถ้าคนไม่มีรายได้ เขาก็จะหยุดรักษายอด เมื่อเขาเห็นว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต นั่นหมายถึงเครือข่ายที่จะล้มครืน.... แบบโดมิโน่ มันก็จะล้มตั้งแต่ตัวสุดท้ายจนถึงโดมิโน่ตัวแรกเลยครับ และเริ่มไปนับศูนย์กันใหม่



หลายคนเข้าใจกราฟนี้แต่เข้าใจไม่หมด



**ว่ากราฟนี้มันสื่อถึงผลิตภัณฑ์ด้วย ถ้าคุณต้องการธุรกิจสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจน **ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของไม่จำเป็นการการดำเนินชีวิต เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น สุดท้ายเครือข่ายก็จะจบลงเมื่อถึงจุดอิ่มตัว สิ่งที่คุณทุ่มเทก็จะจบไป ทีนี้เข้าใจหรือยังว่า ทำไมบางเครือข่ายดังๆ ก็ยังล้มไป แล้วข้อดีของการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing จะมาช่วยอะไรได้บ้าง?




หากคุณทำการตลาดด้วยการแบรนด์ตัวคุณเอง ไม่ได้มาแบรนด์บริษัทเหมือนคนอื่นๆ คนเขารู้จักคุณในฐานะมืออาชีพที่เขาอยากร่วม คุณมีระบบฐานข้อมูลคนที่ต้องการสำเร็จที่คุณจะให้ข้อมูลอะไรกับเขาก็ได้ คุณมีความสัมพันธ์กับเขาเพราะเขารู้จักคุณในฐานะคนรู้จัก และมืออาชีพทางด้านเครือข่าย ถ้าธุรกิจมันแย่ที่สุดคือ เครือข่ายล้ม



แต่การตลาดแบบดึงดูด เครือข่ายที่หายไปคุณสามารถเอาคืนในระยะเวลาอันรวดเร็วมากกับบริษัทใหม่ๆ เพราะคนจะติดสอยห้อยตามคนที่เขามั่นใจด้วยเสมอ



แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคุณต้องมีระบบที่ยอดเยี่ยมแล้ว คุณควรเลือกบริษัทที่ยอดเยี่ยมทั้งโอกาสมั่งคั่ง แผน ผลิตภัณฑ์(ถามตัวเองก่อนว่า ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาทกับบริษัทนี้ คุณจะยังซื้อกินซื้อใช้ไหม) และความมั่นคงของบริษัทด้วย



****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่
http://okmlmonline.thport.com/